คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิกกฏหมาย จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2542]


ขายที่ดินผู้เยาว์




บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือที่เรียกว่าผู้เยาว์นั้น กฎหมายให้อยู่ในอำนาจปกครองของบิดามารดา และอำนาจปกครองของบิดามารดานั้น กฎหมายให้รวมถึงการจัดการทรัพย์สินของบุตรด้วย ตามปกติผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม คือ บิดามารดาก่อน มิฉะนั้นนิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะ ฉะนั้นบิดามารดาจึงมีทั้งอำนาจให้ความยินยอมผู้เยาว์ทำนิติกรรมและอำนาจจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ แต่นิติกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์บางอย่าง บิดามารดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาตเช่น การขายที่ดิน ให้กู้ยืมเงิน ประนีประนอมยอมความ เป็นต้น ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1574

ถ้าผู้เยาว์มีที่ดิน และต้องการจะขายที่ดินนั้น ก็ต้องให้ศาลอนุญาตเสียก่อนจึงจะขายที่ดินของผู้เยาว์ได้

มีปัญหาว่า คำอนุญาตของศาลจะต้องมีก่อนการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินหรือไม่

ปัญหานี้นักกฎหมายมีความเห็นไม่ลงรอยกันอยู่ 3 ฝ่าย โดยฝ่ายแรกเห็นว่า ต้องมีคำอนุญาตของศาลก่อน บิดามารดาจึงจะทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของผู้เยาว์ได้ เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 1574 บัญญัติว่า นิติกรรมใด อันเกี่ยวกับทรัพย์สิน ของผู้เยาว์ดังต่อไปนี้ ผู้ใช้อำนาจปกครองจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาต การที่บิดมารดาไปทำนิติกรรมจะซื้อจะขายที่ดินก่อนศาลอนุญาต นิติกรรมย่อมเป็นโมฆะ

ฝ่ายที่สองเห็นว่า บิดามารดาสามารถทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของผู้เยาว์กับผู้จะซื้อก่อน แล้วขออนุญาตศาลในภายหลังได้ หากศาลไม่อนุญาต สัญญาจะซื้อจะขายก็เป็นอันเลิกกันโดยไม่ถือว่าเป็นความผิดของฝ่ายใด เพราะเป็นเรื่องพ้นวิสัยที่จะปฏิบัติตามสัญญาได้

ส่วนฝ่ายที่สามเห็นว่า ทำสัญญาจะซื้อจะขายก่อน แล้วขออนุญาตศาลในภายหลังได้ แต่ต้องระบุเงื่อนไขการขออนุญาตไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายด้วย มิฉะนั้นสัญญาจะซื้อจะขายนั้นไม่สมบูรณ์เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายไม่สมบูรณ์ แม้ศาลจะอนุญาตในภายหลังก็ไม่ทำให้สัญญาซึ่งไม่สมบูรณ์อยู่ก่อนแล้วกลับสมบูรณ์ขึ้นภายหลัง ความเห็นฝ่ายนี้มีคำพิพากษาที่ 3169/2542 สนับสนุนโดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทของจำเลย ซึ่งเป็นผู้เยาว์ที่มารดาทำกับโจทก์ ิได้กำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญาว่า จะไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินต่อเมื่อศาลอนุญาตแล้ว แสดงว่าคู่สัญญามิได้มีเจตนาที่จะขออนุญาตต่อศาล จึงไม่สมบูรณ์ผูกพันจำเลย แม้ต่อมารดาจำเลยจะยื่นคำร้องขออนุญาตศาลทำนิติกรรมขายที่ดินพิพาทแทนจำเลย และศาลมีคำสั่งอนุญาต ก็มิใช่เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งกำหนดไว้ในสัญญา การที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตในภายหลัง หาทำให้นิติกรรมซึ่งไม่สมบูรณ์อยู่ก่อนแล้วกลับสมบูรณ์ขึ้นได้ไม่ สัญญาดังกล่าวไม่ผูกพันจำเลย"

สำหรับผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับความเห็นที่สอง เพราะคำอนุญาตของศาลตามมาตรา 1574 ไม่ใช่แบบของนิติกรรม การที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อนจึงจะขายที่ดินของผู้เยาว์ได้ ก็เพื่อคุ้มครองผู้เยาว์ ฉะนั้นจะทำสัญญาก่อนหรือหลังคำอนุญาตของศาลและจะมีการระบุเงื่อนไขการขออนุญาตศาลไว้ในสัญญาหรือไม่ ก็ไม่น่าจะแตกต่างกันแต่อย่างใด ความมุ่งหมายของกฎหมายน่าจะอยู่ที่ว่า ต้องให้ศาลอนุญาตเสียก่อนจึงจะขายได้

คนข้างศาล


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]