คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 21 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2540]

คดีบัตรเครดิต

ณรงค์ นิติจันทร์


"บัตรเครดิต" หรือเรียกอีกอย่างว่า "เงินพลาสติก" เป็นของคนรุ่นใหม่ยุคใหม่ ซึ่งให้ความสะดวกสบาย ในแง่ของการเบิกเงินหรือการจับจ่ายเงิน

"เงินพลาสติก" ยังแบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ "บัตรเครดิต" อย่างที่เอ่ยในตอนแรกกับ "บัตรเอทีเอ็ม" หรือบัตรกดเงินด่วน

บัตรทั้งสองอย่างแตกต่างกัน บัตรเครดิต เป็นบัตรที่แบงก์ ให้เครดิตหรือให้กู้ให้ใช้เงิน แม้ไม่มีเงินในบัญชี และการกู้เป็นไปในพริบตาโดยกดเอาเงินจากตู้เอทีเอ็ม ไม่ต้องไปนั่งง้อเจ้าหนี้เพื่อขอกู้ ไม่ต้องทำสัญญากู้ทุกครั้งที่เอาเงิน คอมพิวเตอร์หรือกลไกทางอิเล็กทรอนิกส์จัดการให้เบ็ดเสร็จ แถมยังเอาบัตรไปใช้แทนเงินตามห้างร้านได้ด้วย แต่อย่าเผลอเป็นหนี้หัวโต

ส่วนบัตรเอทีเอ็ม ตามปกติเป็นบัตรที่ใช้เบิกเงินจากบัญชีของตนเอง เบิกได้เมื่อมีเงินในบัญชีเท่านั้น การเบิกไม่ต้องไปยืนเข้าแถวแบบนักเรียน ที่แบงก์ เพื่อเบิกเงินให้มันยุ่งยาก ไปกดเอาตามตู้เอทีเอ็มทั่วราชอาณาจักร และเสียค่ากดหรือค่าเบิกบ้างตามที่ธนาคารกำหนดคือ 10 บาท

บัตรทั้งสองอย่าง อาจจะเป็นบัตรใบเดียวก็ได้ สุดแท้แต่แบงก์จะออกให้ บัตรเอทีเอ็มที่ว่านี้เอง ที่ทำให้คนเสียใจและดีใจมานักแล้ว เสียใจเพราะกดแล้วไม่มีเงินไหลออกมา แต่บัญชีโดนหักออก ไปโวยวายกับทางแบงก์ก็ยากที่จะได้คืน คนเลยบอกว่า โดนปล้นและโมโหโกรธาธนาคารเป็นนักหนา

สำหรับกรณีที่ดีใจ ก็เพราะกดแล้วเงินทะลึ่งไหลออกมามากกว่าที่กด หรือที่มีอยู่ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งกรณีที่คนอื่นกดเอาไว้แล้วเงินยังไม่ไหลออก หรือค้างแล้วเลิกซะก่อน พอเราไปกดเลยเจอแจ็กพอต และกรณีที่คอมพิวเตอร์โปเก เงินไหลออกมาทุกครั้งที่กดทั้งๆ ที่ไม่มีเงินในบัญชีมากมายก่ายกองขนาดนั้น

แบงก์กรุงไทยเจอมาแล้ว หนุ่มสวยกดทีหนึ่งได้มาเป็นหมื่นกว่า เจ้าตัวเลยกดจนเพลิน 45 ครั้ง ได้เงินเป็นกระบุงกว่า 7 แสนบาท แบงก์รู้ตัวเหมือนกันติดต่อขอเงินคืน หนุ่มสวยเกรงจะติดตะรางจึงคืนให้ ไม่เชิดเข้ากลีบเมฆ เป็นข่าวขึ้นมา และมีคนเถียงกันว่าหนุ่มสวยเป็นคนซื่อหรือเปล่า ควรยกย่องอย่างนายสมพงษ์ เลือดทหารหรือเปล่า

ไม่ซื่อหรอก รู้ว่าไม่มีเงินในบัญชียังกดเอาเงินออกมา เพื่อเอาเป็นของตัวเอง ข้อหาลักทรัพย์ดีๆ นี้เอง การคืนเงินถือว่า ทำคุณไถ่บาปเท่านั้นเอง ต้องโทษธนาคารที่ไปยั่วกิเลสเค้า ติดตั้งคอมพิวเตอร์เส็งเคร็งเล่นเอาหนุ่มสวยเกือบติดตะราง

ครับ บัตรเครดิตใช่ว่า จะเป็นของดีเสมอไป สิ่งที่แย่มากๆ แย่ที่สุดคือ แบงก์ที่ออกบัตรมักจะฉวยโอกาสเก็บดอกเบี้ยหฤโหด อ้างว่าเป็น ค่าปรับจ่ายช้าบ้าง ขึ้นดอกเบี้ยตามใจชอบบ้าง แบบมัดมือชก ลูกค้าจะหยวน เลยโดนเชือดเรื่อยมา กระทรวงการคลังหรือธนาคารชาติ ก็ไม่เข้มงวดปล่อยให้แบงก์เจ้าของบัตรเครดิตโขกลูกค้าตามสะดวก นี่คือประเทศไทยที่มีอะไรแย่ๆ อีกแยะ

คดีนี้โชว์ให้เห็นว่า แบงก์ตั้งท่าจะฟันลูกค้าจนหัวแบะ ดีแต่ศาลเตะสกัดเอาไว้ ลูกค้าเลยรอดตัว โดนแค่ท้วมๆ เรื่องราวหฤโหดแค่ไหน ต้องตามไปดู ณ บัดนี้

ลูกค้ารายนี้ชื่อว่า "นางมีวาสนา" จัดว่ามีวาสนาพอสมควร "แบงก์แห่งหนึ่ง" จึงให้ใช้บัตรเครดิตวีซ่า นางมีวาสนาใช้บัตรเรื่อยมา แต่ไม่มีเงินเข้าบัญชีและถูกทวงถาม ในที่สุดธนาคารก็ลงดาบ ยื่นฟ้องนางมีวาสนา ระบุถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2534 นางมีวาสนารูดบัตรกดบัตรไป เป็นหนี้แบงก์ 184,124.75 บาท เห็นตัวเลขแค่นี้อย่าเพิ่งบอกว่าเยอะ แบงก์มีทีเด็ดกว่านั้น

แบงก์บอกว่านางมีวาสนา เพิกเฉย แบงก์ให้ทนายบอกเลิกบัญชีเดินสะพัด และยกเลิกการใช้บัตรเครดิต แถมยังประกาศให้นางมีวาสนาใช้หนี้ทางหนังสือพิมพ์ แบงก์คิดดอกเบี้ยหนี้ที่ค้างตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2534 ด้วยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปี จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2535 อันเป็นวันครบกำหนดตามประกาศหนังสือพิมพ์

นอกจากนั้นนางมีวาสนายังเบิกเงินเกินบัญชีไป 433,393.20 บาท คิดดอกเบี้ยไม่ทบต้นร้อยละ 16.5 ต่อปี รวมเบ็ดเสร็จ (ขี้เกียจเอาตัวเลขดอกเบี้ย มาแจกแจงเดี๋ยวตาลาย) นางมีวาสนาเป็นหนี้ 555,200.32 บาท ขอให้ศาลบังคับทั้งต้นทั้งดอกต่อไป นางมีวาสนา คงหมดวาสนาเรื่องเงิน เหมือนคนไทยในตอนนี้ ขาดนัดยื่นคำให้การแต่ยังขึ้นศาลตอนสืบพยาน

ศาลชั้นต้นไล่เลียงแล้ว นางมีวาสนาไม่ได้เป็นหนี้มากมายขนาดนั้น จึงตัดสินให้ชำระหนี้ 96,479 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จ นางมีวาสนาโอเค นับว่ายังมีวาสนาที่ศาลตัดสินออกมาอย่างนั้น จึงไม่อุทธรณ์ แบงก์อยู่ไม่ได้ เพราะฟ้องเรียกร้องมาเกินครึ่งล้าน ได้ไปไม่ถึงแสน เลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า นางมีวาสนาเป็นหนี้แค่นั้น ควรจ่ายดอกเบี้ยแค่นั้น จึงพิพากษายืน แบงก์ยังเดินหน้าชนด้วยการยื่นฎีกา ตะแงวๆ จะให้นางมีวาสนาชำระหนี้ตามฟ้อง

ศาลฎีกาคว้าสำนวนคดีนี้ขึ้นมาส่องดูอย่างเป็นกลาง และชี้ขาดออกมา อย่างเป็นธรรม และเป็นความซาบซึ้งแก่นางมีวาสนาดังนี้

"ข้อโต้แย้งที่มีอยู่คือ อัตราดอกเบี้ย แบงก์จะเอาร้อยละ 17.5 ต่อปี ทบต้นอีกด้วย ในแง่นี้ แม้จะมีบันทึกข้อตกลงมัดลูกค้าไว้ว่า ยอมให้ปรับอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายหรือตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย และให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติในการคิดดอกเบี้ย เบิกเงินเกินบัญชีของธนาคาร แต่ในบันทึกไม่ได้ตกลงว่าปรับอัตราดอกเบี้ยไปได้เลยโดยไม่ต้องแจ้งลูกค้า เมื่อได้ความว่าไม่มีการแจ้ง ศาลก็ไม่ให้ปรับดอกเบี้ย ให้คิดแค่ร้อยละ 15 ต่อปี

เรื่องดอกเบี้ยทบต้น ได้ความว่าแบงก์มีหนังสือทวงถามให้ใช้หนี้ โดยประกาศหนังสือพิมพ์ ให้ใช้หนี้ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2535 เป็นต้นไป แบงก์จึงคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ถึงแค่วันที่ 16 ตุลาคม 2535 และเมื่อไม่ปรากฏต่อศาลว่า เริ่มต้นคิดดอกเบี้ยยังไงเมื่อใด จึงเห็นควรให้คิดตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2534 จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2535 เมื่อนางมีวาสนาไม่นำเงินมาชำระตามที่ทวง สัญญาบัญชีเดินสะพัด จึงเลิกกันตามที่แบงก์บอกเลิก การคิดดอกเบี้ยทบต้นก็ทำไม่ได้อีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2535

ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ ให้นางมีวาสนาชำระเงิน 96,479 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2534 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2535 นอกจากที่แก้ให้ เป็นไปตามศาลอุทธรณ์ว่าไว้"

ท่านอ่านเกี่ยวกับตัวเลขเกี่ยวกับดอกบ้งดอกเบี้ยข้ามไปก็ได้ ไม่ต้องไปใส่ใจนัก แต่ให้รับรู้แต่เพียงว่า ศาลพยายามเหลือเกินที่จะเตะสกัดไม่ให้แบงก์เข้าไปตื้บชาวบ้านจนกระอัก ศาลต้องเหน็ดเหนื่อยในการคำนวณตัวเลข ในการหาวิธีติดเบรกการคิดดอกเบี้ย การขูดเลือดขูดเนื้อของแบงก์ แต่ก็ทำได้เฉพาะมีคดีขึ้นสู่ศาล ถ้าไม่มีคดี ไม่ยอมตากหน้าให้แบงก์ฟ้อง แบงก์ไทยเราก็บี้ลูกค้าได้อย่างหวานคอแร้งเช่นเดิม เลือกเอาก็แล้วกัน ถ้ารักษาหน้าก็จ่ายเยอะหน่อย ถ้ายอมให้แบงก์ฟ้อง ศาลมักจะช่วยให้จ่ายน้อยลง

ขอให้โชคดีรอดพ้นวิกฤตการณ์ที่นักการเมืองและส.ส. เถียงคอเป็นเอ็นว่า ตูไม่เกี่ยวไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจฉิบอ๋ายอยู่ในตอนนี้ ท่านจะเชื่อเขาหรือไม่เป็นเรื่องของท่าน

ณรงค์ นิติจันทร์


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600