คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิก กฏหมาย จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2542]


จำนอง



เจ้าของจดหมายวันนี้ชื่อคุณนพพร เล่ามาให้ฟังว่า ภริยาของคุณนพพรนำที่ดินไปจำนองธนาคารแห่งหนึ่ง ขณะนี้ไม่มีปัญญาจะส่งทั้งต้นและดอกเป็นปีแล้ว เนื่องจากธุรกิจขาดทุน ถ้าเป็นไปได้ขอให้ธนาคารยึดที่ดินที่จำนองเอาไปเลย แต่ก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาอีก จึงเขียนจดหมายมาถามปัญหาข้อแรกว่า

ถ้าธนาคารยึดที่ดินที่จำนองขายทอดตลาดแล้วหาได้เงินมาไม่เพียงพอจะชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ภริยาค้างธนาคารอยู่ธนาคารจะมีสิทธิเรียกร้องเพิ่มเติมอีกได้หรือไม่

ขอตอบปัญหาข้อนี้ว่า ภริยาของคุณนพพรจะขอให้ธนาคารยึดที่ดินที่จำนองขายทอดตลาดเอง โดยไม่ผ่านกระบวนการทางศาลก่อนไม่ได้ ซึ่งต่างกับการจำนำที่ผู้รับจำนำมีสิทธิบังคับจำนำได้เองโดยไม่ต้องฟ้องศาล กล่าวคือ หากลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้และเจ้าหนี้ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนอง เจ้าหนี้จะต้องบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังลูกหนี้ก่อนว่า ให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควร ซึ่งกำหนดไว้ในคำบอกกล่าวนั้น ถ้าลูกหนี้ละเลยไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิฟ้องบังคับจำนองนั้นได้ ในการบังคับจำนองนั้น โดยหลักแล้วหากขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่อีกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 733 เว้นแต่ในสัญญาจำนองจะมีข้อตกลงยกเว้นกฎหมายมาตรานี้โดยลูกหนี้ตกลงยินยอมให้เจ้าหนี้ผู้รับจำนองยึดทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้มาชำระหนี้จนครบถ้วน ลูกหนี้จึงจะต้องรับผิดในหนี้ส่วนที่ยังขาดอยู่ต่อไป ซึ่งสัญญาจำนองที่ทำกับธนาคารมักจะมีข้อตกลงดังกล่าวนี้เสมอ

อย่างไรก็ดี การรอให้ธนาคารไปฟ้องศาลเพื่อบังคับจำนองทั้ง ๆ ที่ภริยาของคุณนพพรยอมรับว่า เป็นหนี้ธนาคารโดยได้จำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ดังกล่าวจริง น่าจะทำให้ภริยาของคุณนพพรมีภาระหนี้เพิ่มขึ้น เพราะจะต้องเสียดอกเบี้ยตลอดเวลาที่ยังค้างเงินต้นอยู่ และจะต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องคดีแทนธนาคารอีกด้วย ฉะนั้นแม้ภริยาคุณนพพรจะขอให้ธนาคารยึดที่ดินที่จำนองไปขายทอดเองไม่ได้ แต่ภริยาคุณนพพรก็สามารถโอนที่ดินที่จำนองใช้หนี้ธนาคารแทนเงินได้ โดยตีราคาที่ดินตามราคาท้องตลาดในวันและสถานที่โอน หากธนาคารตกลงรับชำระหนี้โดยรับโอนที่ดินที่จำนองแทนเงิน หนี้ที่ภริยาคุณนพพรค้างชำระธนาคารอยู่ก็เป็นอันระงับสิ้นไป เท่ากับจำนวนเงินที่ตีราคาที่ดินตามราคาท้องตลาดดังกล่าวแล้ว แม้ราคาที่ดินตามราคาท้องตลาดยังไม่คุ้มหนี้ และภริยาคุณนพพรจะต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่ ก็น่าจะเป็นผลดีแก่ภริยาคุณนพพรมากกว่า เพราะภริยาคุณนพพรไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในส่วนของเงินต้นที่โอนที่ดินใช้หนี้ธนาคารอีกต่อไป หนี้ที่ยังเหลืออยู่นี้หากภริยาคุณนพพรสามารถผ่อนชำระให้ธนาคารเป็นรายเดือนอย่างสม่ำเสมอ พอให้คุ้มดอกเบี้ยและคืนต้นได้บ้าง ธนาคารก็น่าจะยอมได้

คุณนพพรถามปัญหามาอีกว่า ถ้าภริยาต้องชำระหนี้ให้แก่ธนาคารเกินกว่าราคาที่ดินที่จำนอง แต่ภริยาไม่มีทรัพย์สินอะไรอีก คงมีแต่ที่ดินซึ่งเป็นชื่อของคุณนพพรผู้เดียว คุณนพพรจะต้องรับผิดชำระหนี้แทนภริยาหรือไม่

ขอตอบปัญหาข้อนี้ว่า ตามปกติใครเป็นหนี้คนนั้นก็ต้องชำระ คนที่ไม่ได้เป็นหนี้จะต้องรับผิดในหนี้ที่คนอื่นก่อขึ้นก็ต่อเมื่อยอมตนเข้าผูกพันกับเจ้าหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกันเท่านั้น แต่สำหรับสามีภริยานั้นกฎหมายได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษ ให้ฝ่ายที่ไม่ได้ก่อหนี้ต้องร่วมรับผิดชอบในหนี้ของอีกฝ่ายหนึ่งถ้าหากหนี้นั้นเป็นหนี้ร่วม

หนี้ร่วมที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพียงฝ่ายเดียว ได้แก่หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นในระหว่างสมรสดังต่อไปนี้ คือ หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว และการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ หนี้ที่เกี่ยวกับสินสมรส หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน และหนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียวแต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน

คุณนพพรต้องร่วมรับผิดชอบใช้หนี้ที่ภริยาก่อขึ้นหรือไม่ คุณนพพรก็ลองพิเคราะห์ดูว่า เป็นหนี้ร่วมหรือไม่ ถ้าเป็น คุณนพพร ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ถ้าไม่เป็นก็ไม่ต้องร่วมรับผิด

ในกรณีที่หนี้ดังกล่าวนี้เป็นหนี้ร่วม แม้ที่ดินจะมีชื่อคุณนพพรเพียงผู้เดียว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของภริยาคุณนพพรก็มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาชำระหนี้ร่วมได้ เพราะกฎหมายให้ชำระหนี้ร่วมนั้นเกิดจากสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1489 แต่ถ้าไม่ใช่หนี้ร่วม เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของภริยาคุณนพพร จะยึดได้เฉพาะทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสเท่านั้น และเมื่อยึดแล้วคุณนพพรก็มีสิทธิขอกันส่วนของคุณนพพรครึ่งหนึ่งในสินสมรสนั้น เพื่อไม่ให้ถูกนำไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287

ครับ ช่วงนี้ธนาคารทุกแห่งมีนโยบายปรับปรุงโครงสร้างหนี้เสียอยู่พอดี คุณนพพรกับภริยาน่าจะลองไปเจรจากับธนาคารดู

คนข้างศาล


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]