มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

PROPECIA® (Finasteride, MSD)


ข้อมูลรายละเอียด
PROPECIA® (Finasteride, MSD)
ชื่อการค้า : PROPECIA®
ชื่อสามัญ : Finasteride, MSD

ชื่อบริษัทและประเทศผู้ผลิต : Merck Sharp & Dohme/Australia
ผู้แทนจำหน่ายในประเทศ : บริษัท บี.เอ็ล.เอช.เทร็ดดิ้ง จำกัด
ลักษณะทั่วไปของยา :
  • ประเภทของยา : PROPECIA® (Finasteride, MSD) เป็นสารประกอบสังเคราะห์กลุ่ม 4-azasteroid เป็นตัวยาแรกและตัวเดียวในขณะนี้ ของกลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งจำเพาะต่อเอนไซม์ 5-alpha-reductase type II (type II 5-alpha reductase inhibitors)
  • ส่วนประกอบทางเคมี : PROPECIA® 1 mg tablet ประกอบด้วย finasteride 1 mg
  • รูปแบบของยา : 1 mg film-coated tablet
  • อายุยา : ยามีอายุ 24 เดือน นับตั้งแต่วันที่ผลิต
คุณสมบัติทางเภสัชวิทยา :
  • กลไกการออกฤทธิ์ : PROPECIA® มีฤทธิ์ยับยั้งจำเพาะต่อเอนไซม์ 5-alpha reductase type II ซึ่งเป็นเอนไซม์ภายในเซลล์ที่ทำหน้าที่ เปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเอสโตรเจน Testosterone ให้เป็น Dihy-drotestosterone (DHT) ซึ่งมีข้อมูลทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่า DHT เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ scalp hair follicles มีขนาดเล็กลง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผมร่วงในผู้ชาย (androgenetic alopecia)
ข้อบ่งใช้ :
  • PROPECIA® มีข้อบ่งใช้ในการรักษาอาการผมร่วงในผู้ชาย (androgenetic alopecia) โดยมีผลเพิ่มการงอกของเส้นผม และป้องกันไม่ให้ผมร่วงอีก
  • PROPECIA® ไม่มีข้อบ่งใช้ในผู้หญิงและเด็ก
ขนาดและการบริหารยา :
แนะนำให้รับประทาน PROPECIA® 1 mg วันละ 1 เม็ด อาจให้พร้อมกับอาหารหรือไม่ก็ได้ โดยทั่วไปจะเห็นผลในการเพิ่มการงอกของเส้นผม และ/หรือป้องกันไม่ให้ผมร่วงอีก ก็ต่อเมื่อมีการใช้ยาติดต่อกันทุกวันนาน 3 เดือนหรือมากกว่า และควรใช้ยาต่อไป เพื่อให้ได้ผลการรักษาสูงสุด การหยุดยาจะมีผลทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนใช้ยา ภายใน 12 เดือน

วิธีการเก็บรักษา :
เก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียสและป้องกันแสง

อาการอันไม่พึงประสงค์ :
  • ผู้ป่วยมักทนต่อยา PROPECIA® ได้ดี อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นมักไม่รุนแรง และไม่จำเป็นต้องหยุดยา
  • จากการศึกษาทางคลินิกแบบ placebocontrolled double-blind multicenter จำนวน 3 การศึกษาในผู้ชายมากกว่า 3,200 คน เป็นระยะเวลา 12 เดือน ได้มีการประเมินความปลอดภัยของการใช้ PROPECIA® ในการรักษา อาการผมร่วงในผู้ชาย (and rogenetic alopecia) พบว่าความปลอดภัยของผู้ได้รับยา PROPECIA® ใกล้เคียงกันกับผู้ที่ได้รับยาหลอก โดยการหยุดการรักษา เนื่องจากอาการข้างเคียงของยาเกิดขึ้น 1.7% ในชาย 945 คนที่ได้รับ PROPECIA® และ 2.1% ในชาย 934 คนที่ได้รับยาหลอก
  • จากการศึกษาเหล่านี้พบว่าอาการข้างเคียงเนื่องจากยา PROPECIA® ที่พบ >= 1% มีดังนี้

PROPECIA® Placebo
Decreased libido
1.8%
1.3%
Erectile dysfunction
1.3%
0.7%
Decreased ejaculate volume
0.8%
0.4%

อาการข้างเคียงดังกล่าว ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อคนไข้รับประทานยาต่อเนื่องไปในปีที่ 2 พบว่าอาการข้างเคียงดังกล่าวค่อยๆ ลดลงด้วย

ปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยา :
  • ไม่พบปฏิกิริยาต่อกันที่มีความสำคัญทางคลินิกของยา PROPECIA® กับยาอื่น ไม่ปรากฏว่า finasteride มีผลต่อกลุ่มยาที่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยระบบเอนไซม์ Cytochrome P450 ยาที่ได้รับการศึกษา ในคนได้แก่ Antipyrin, Digoxin, Propanolol, Theophylline และ Warfarin ซึ่งไม่พบปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยา
  • ถึงแม้ว่ายังไม่มีการศึกษาปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาอย่างจำเพาะเจาะจง แต่ทางคลินิกมีการศึกษาการใช้ finasteride ในขนาด 1 มิลลิกรัมหรือมากกว่า ร่วมกับยากลุ่ม ACE-inhibitors, acetaminophen, alpha-blockers, beta-blockers, benzodiazepine, calcium-channel blockers, cardiacnitrates, diuretics, H2-receptor antagonists, HMG-CoA reductase inhibitors, NSAIDs และ quinolone ไม่พบปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่มีนัยสำคัญทางคลินิก
ข้อห้ามใช้ :
PROPECIA® ห้ามใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
  • หญิงมีครรภ์หรือมีโอกาสตั้งครรภ์
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบใดๆ ของยานี้ PROPECIA® ไม่มีข้อบ่งใช้ในผู้หญิงและเด็ก
ข้อควรระวัง :
จากการศึกษาทางคลินิกของการใช้ PROPECIA® ในผู้ชายอายุ 18-41 ปี พบว่าค่า Prostate specific antigen (PSA) ลดลงจาก 0.7 ng/ml เป็น 0.5 ng/ml ในเดือนที่ 12 ดังนั้น เมื่อใช้ PROPECIA® ในการรักษาอาการผมร่วงในผู้ชายสูงอายุ ที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hyperplasia : BPH) ร่วมด้วย ควรตระหนักว่าผู้ป่วยอาจมีค่า PSA ลดลงถึง 50%

ขนาดบรรจุ :
PROPECIA® 1 mg film coated tablet บรรจุในแผงบลิสเตอร์ละ 7 เม็ด กล่องละ 4 แผง

เอกสารอ้างอิง :
1. Kaufman KD, Olsen EA, Whiting DA, et al. Finasteride in the treatment of men with androgenetic alopecia. J Am Acad Dermatol 1998;9:578-89.
2. Leyden J, Dunlap F, Miller B, et al. Finasteride in the treatment of men with frontal male pattern hair loss. J Am Acad Dermatol 1999;40:930-7


(update 19 พฤศจิกายน 2001)

[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600