แพทย์ต้องทำอย่างไรไม่ให้ถูกฟ้อง


ก. คำตอบแรก

แพทย์ต้องปฏิบัติตามบัญญัติ 10 ประการ (Ten Commandments) อย่างนี้ จึงจะไม่ถูกฟ้อง
1. แพทย์ต้องรู้จักผู้ป่วยอย่างเพียงพอถึงระดับที่จะรับรู้ถึงจริตและความคาดหวังที่แท้จริงของผู้ป่วย เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับจริตและความรู้ความสามารถที่แพทย์จะต้องรู้จักตนเองอย่างแท้จริง แม้จะไม่มีแพทย์ท่านใดสามารถกำจัดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการรักษาพยาบาลลงได้โดยสิ้นเชิง แต่การติดตามผู้ป่วยโดยกระบวนการพื้นฐานทางการแพทย์ อันได้แก่ การวักประวัติ และตรวจร่างกายผู้ป่วยเพิ่มเติมให้บ่อยครั้งขึ้น เชื่อมั่นว่าจะสามารถลดความเสี่ยงที่จะพบกับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ลงได้

2. แพทย์ต้องทำงานเป็นทีม โดยแพทย์เจ้าของไข้ต้องร่วมกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพท่านอื่นๆ เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ฯ โดยทีมมีหน้าที่ศึกษาทำความเขาใจ และร่วมกันปรึกษาหารือแผนการดูแลรักษาร่วมกับผู้ป่วยและญาติ เพื่อให้ได้มาซึ่งฉันทานุมัติ (Consensus) เพื่อทีมจะสามารถกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันอาจจะมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยต่อไป

3. แพทย์ต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะภายในขอบเขตความรู้ความสามารถที่ตนมีอยู่จริงโดยเคร่งครัด

4. แพทย์ต้องรู้และตระหนักถึงผลแทรกซ้อนทุกประเภทที่อาจจะเกิดขึ้นได้จาก วิธีการรักษาพยาบาลที่ทีมตัดสินใจเลือก แม้ผลแทรกซ้อนนั้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากเพียงใด (rare potential complications) รวมถึงวิธีจัดการแก้ไขผลแทรกซ้อนประเภทนั้นด้วย

5. แพทย์ต้องจัดให้มีระบบการคัดสรรผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ

6. แพทย์ต้องจัดให้มีระบบการคัดสรรทรัพยากร การบริหารทรัพยากร และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การบริหารจัดการให้มี ห้องตรวจ ห้องทำหัตถการ ห้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ ห้องผ่าตัด หอพักผู้ป่วยในฯ รวมถึงวัสดุทางการแพทย์ที่จำเป็น ครบถ้วนและเพียงพอ อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

7. แพทย์ต้องสร้างทีมผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีองค์ประกอบและทักษะเหมาะสมกับภารกิจประเภทต่างๆ โดยพื้นฐานทุกทีมต้องมีความมุ่งมั่น ความเชื่อมั่น และเจตคติทางบวก มองโลกในแง่ดี ใช้ความคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ สามารถปรับอุปสรรค และวิกฤตให้เป็นโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ

8. แพทย์ต้องใช้ทักษะการสื่อสารอย่างถูกต้อง เหมาะสม และด้วยความระมัดระวัง ทั้งวจนะและอวจนะ (verbal and non-verbal communication) ทั้งการสื่อสารกับคู่สื่อสารที่เป็นผู้ป่วยและญาติโดยตรง รวมถึงเมื่อแพทย์สื่อสารกับทีม ซึ่งผู้ป่วยและญาติอาจร่วมรับรู้ "สาร (message)" ได้โดยทางอ้อม

9. แพทย์ต้องควบคุมสติสัมปชัญญะไว้ให้ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลาที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น

10. แพทย์ต้องพัฒนาความรู้ความสามารถให้เหมาะสมกับประเภทของสถานพยาบาลที่ตนทำงานอยู่ ทั้งในแง่ งานการให้บริการผู้ป่วย และ/หรืองานสอน และ/หรืองานวิจัยในอีกแง่มุมหนึ่ง สถานพยาบาลจะต้องจัดให้มีระบบการคัดสรรแพทย์ (credential) ตลอดจนสิทธิในการดูแลรักษาผู้ป่วย (clinical privilege) ให้เหมาะสมกับระดับความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ และจริยธรรมของแพทย์

ข. คำตอบที่สอง

เมื่อพิจารณาคำตอบแรกแล้ว จะพบว่าเป็นคำตอบที่ค่อนข้างกว้าง และเป็นนามธรรม ยังไม่ชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ คำตอบที่ชัดเจนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นและสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันทีจะอยู่ในรูปของกลยุทธที่เฉพาะเจาะจง เพื่อลดความเสี่ยงของการถูกฟ้องร้องลง (Risk-Reduction Strategies) ดังนี้
1. แพทย์ต้องจัดทำบันทึกผลการตรวจร่างกายผู้ป่วยโดยละเอียดด้วยลายมือที่อ่านง่าย โดยเฉพาะข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ระบุชัดเจนถึงเหตุผลสำคัญๆ เช่น ทำไมจึงต้องรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล ข้อบ่งชี้ของการทำหัตถการหรือการทำผ่าตัดฯ

2. แพทย์ต้องจัดทำ "เอกสารให้ความยินยอมประเภทเฉพาะเจาะจง (Specific Informed Consent)" เพิ่มเติมจากเอกสารให้ความยินยอมประเภททั่วไปที่แสดงหลักฐานเพียงว่า ผู้ป่วย และ/หรือญาติได้รับรู้ และเข้าใจถึงข้อมูลทางการแพทย์เป็นอย่างดีแล้ว และให้ความยินยอมแก่แพทย์และทีมผู้รักษา เพื่อดำเนินการรักษาพยาบาลตนต่อไป แต่การจัดทำเอกสารความยินยอมประเภทเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติม ในกรณีที่แพทย์จำเป็นต้องทำการตรวจวินิจฉัยหรือทำการรักษาด้วยวิธีพิเศษ การทำหัตถการหรือการผ่าตัด จะมีประโยชน์ในการยืนยันได้แน่ชัดขึ้นว่าแพทย์ได้ปรึกษาหารือถึงแนวทางการรักษาพยาบาลขั้นตอนสำคัญๆ ร่วมกับผู้ป่วยและ/หรือญาติแล้ว ซึ่งผู้ป่วยและ/หรือญาติเข้าใจและเห็นด้วยจึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ว่าได้ให้ความยินยอมดังกล่าวจริง

3. แพทย์ต้องจัดทำบันทึกการทำหัตถการพิเศษหรือบันทึกการผ่าตัด (Procedure note and Operative note) ด้วยลายมือที่อ่านง่ายอย่างสมบูรณ์และโดยทันที ซึ่งรายละเอียดในบันทึกจะต้องมีข้อความระบุถึงขั้นตอน ความตระหนัก และวิธีการป้องกันแก้ไขผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้รวมอยู่ด้วย

4. แพทย์ต้องติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอและใกล้ชิด และจัดทำบันทึกการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผู้ป่วย (In-patient Progress note) ด้วยลายมือที่อ่านง่าย โดยเฉพาะแพทย์ต้องเพิ่มความถี่ในการติดตามดูแลรักษาในผู้ป่วยที่เกิด หรือเพียงมีแนวโน้มที่จะเกิดผลแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น

5. แพทย์ต้องเชื่อฟังผู้ป่วย หมายความว่า แพทย์ต้องเชื่อและแพทย์ต้องฟังผู้ป่วย แพทย์ต้องไม่ลืมว่า ผู้ป่วยเป็นเจ้าของเนื้อตัว ร่างกาย และจิตใจของเขาเอง ผู้ป่วยจึงมีสิทธิเต็มที่ที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แพทย์ กระทำการใดๆ ต่อเขา รวมทั้งแพทย์พึงสันนิษฐานไว้เป็นเบื้องต้นก่อนว่าข้อมูลที่ผู้ป่วยให้ทั้งในส่วนของประวัติ และอาการแสดงที่ปรากฏ ผู้ป่วยจะให้ความจริงเสมอเพื่อผลประโยชน์ของตัวเขาเอง ทั้งนี้จนกว่าแพทย์จะพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่า ข้อมูลที่ผู้ป่วยให้เป็นเท็จ

6. แพทย์ต้องไม่แก้ไขเวชระเบียนในส่วนที่บันทึกไว้แล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีการ หรือด้วยเหตุผลประการใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะในกรณีที่เวชระเบียนนั้นเป็นของผู้ป่วยที่เกิดปัญหาขึ้นแล้ว

7. แพทย์ต้องไม่รีรอที่จะกระจายความเสี่ยง (Risk Sharing) ไปสู่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดผลแทรกซ้อนที่มีแนวโน้มจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น โดยแพทย์ต้องจัดทำบันทึก คำปรึกษาของแพทย์เฉพาะทาง (Consultation note) ทั้งแพทย์ผู้ขอคำปรึกษา และแพทย์ผู้ให้ความเห็นด้วยลายมือที่อ่านง่าย

ค. คำตอบสุดท้าย

คำตอบที่สอง แม้จะชัดเจนและนำไปใช้ได้จริงในเวชปฏิบัติ แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของกรณีศึกษาที่มีการร้องเรียน/ ฟ้องร้องผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างละเอียดแล้ว จะพบว่าแต่ละกรณีศึกษามีลักษณะที่เรียกได้ว่า "ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครมี (Unique)" ผันแปรไปในแต่ละคู่กรณี หาข้อสรุปที่ยุติเป็นสูตรสำเร็จ ป้องกันการฟ้องร้องได้อย่างเด็ดขาด (Specific Zero Risk Recipe) ไม่ได้ ความพยายามที่จะนำความซ้ำของข้อมูล มาแปลผลทางสถิติเพื่อหาข้อสรุป จึงอาจก่อให้เกิดการโต้เถียงที่หาข้อยุติไม่ได้ โดยเฉพาะการนำไปเลียนแบบใช้ โดยปราศจากความระมัดระวังที่พึงมีตามวิสัยและพฤติการณ์ อาจจะก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงตามมาชนิดที่แพทย์คาดไม่ถึง !!!

อเนก ยมจินดา
พ.บ., ว.ว.(นิติเวช) ผู้ช่วยศาสตราจารย์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


(update 5 สิงหาคม 2002)
[ ที่มา...Ramathibodi Clinical Medicine Update 2000 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600