|
|
|
หนุ่มป.6 กับสาวทางเน็ต
เราเป็นแม่ของเด็กผู้ชายอายุ 12 คนหนึ่ง อยู่กันแค่สองคนแม่ลูก ตามใจเขาเป็นส่วนมาก
ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร มาจนกระทั่งเขาเริ่มเล่นอินเตอร์เน็ต ซึ่งเราก็ไม่ว่าหรอกถ้าเขาอยากเล่น
จะแวะไปดูรูปโป๊อะไรมั่งก็ช่างเขา เราไม่สามารถห้ามได้อยู่แล้ว แต่ก็ใช้วิธีเปรยๆ
เรื่องที่หนังสือพิมพ์ลงอยู่เสมอๆ ว่า มีเว็บลามกที่นั่นที่นี่ คนเราเดี๋ยวนี้มันช่างหมกมุ่นกันจริงๆ
|
|
|
วันหนึ่ง เราไปพบว่าเขาติดต่อกับผู้หญิงทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงจริงมั้ย
อายุ 14 ตามที่เธอบอกมาทางเน็ตจริงมั้ย และแม่สาวนั่น
ถ้าเป็นผู้หญิงจริง เธอมีเจตนาอะไรกับลูกเรา
หรือจริงๆ แล้วลูกเราคิดอะไร
บางทีก็มีผู้หญิงโทร.มา เราเลยบอกว่าลูกนอนแล้ว
ทำถูกไหมนี่
เขียนไปเขียนมาก็งงนะ ว่าเราก็ใกล้ชิดลูกถึงที่สุดแล้ว ก็ยังมีเวลาที่รู้สึกแปลกหน้า
ตอนที่ลูกจะโตเป็นหนุ่มนี่แหละ
ลูกคิดอะไร เราไม่รู้เลยจริงๆ พี่ดี้ช่วยบอกหน่อยเถอะว่าถ้าพี่ดี้อายุ 12 เล่นเน็ตแล้วเจอแบบนี้
พี่คิดอะไร และอยากให้คนเป็นแม่มีท่าทียังไง หรือว่าเฉยๆ ไม่ต้องมายุ่ง ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก
หรือว่าแม่อย่างเรารู้ข่าวสารมากไป เลยกังวล
แต่ถ้ากับลูก เราพยายามสบายๆ นะ ให้ลูกรู้สึกว่า โลกนี้ไม่มีอะไรซีเรียส ไม่รู้ทำถูกไหม
ป.ล. พูดถึงเราเขียนมาถามนี่ ลูกชายเราอาจไปถึงไหนๆ แล้วก็ได้ ก็โลกสมัยนี้มันเร็วจะตาย
แต่เราก็ยังอยากถามอยู่ดี
วังวน
|
|
|
ผมบอกคุณตรงๆ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะทำอย่างไร
พ่อแม่บางท่านก็เอาใจใส่ลูก แต่จะต้องเอาใจใส่แค่ไหน ถ้ามากเกินไปก็กลายเป็นจู้จี้
ให้เวลากับลูกก็ให้ แต่ลูกสิ เริ่มไม่มีเวลาให้พ่อกับแม่ แล้วพ่อแม่ต้องทำอย่างไร หาคำตอบได้ยากจริงๆ
แต่ผมมีคำ
คำอะไรดี คำปลอบใจกระมัง เพื่อที่จะให้คุณได้ลุ้นความเป็นไปของลูกชายวัยรุ่น
ได้อย่างสบายใจขึ้น และเชื่อว่าอย่างน้อย คุณก็ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นแม่จะทำได้
|
|
|
เด็กชายอายุสิบสองนี่ เริ่มคิดเรื่องเพศตรงข้ามบ้างแล้วนะครับ ถึงไม่มีอินเตอร์เน็ต
เขาก็จะหาความรู้จากเพื่อนฝูงจากหนังสือโป๊ที่ก็มีมาหลายชั่วอายุคนแล้ว รวมทั้งจากวิธีคะนองๆ
ที่น่าตีหลายอย่าง เช่น แอบดูใต้กระโปรงเพื่อนผู้หญิง แอบดูขาอ่อนครูสาวๆ
หรือแม้กระทั่งแอบดูผู้หญิงอาบน้ำ ซึ่งสำหรับผมแล้วไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ
แต่ถ้าผู้เป็นพ่อเป็นแม่รู้ก็คงต้องเตือนไปตามกรณี ซึ่งผมเชื่อว่า ถ้าเด็กเขาไม่ได้มีปัญหาผิดปกติอะไร
ความอายและความกลัวของเขาก็จะมาหยุดยั้งความอยากรู้อยากเห็นและความคะนองไปเอง
สมัยเด็กๆ ผมก็เคยคะนอง มีหนังสือโป๊ที่เพื่อนให้มา มีวรรณกรรมพิมพ์ดีดเขียนแต่เรื่องเสพสังวาส
แอบดูกระโปรงเพื่อนผู้หญิงตอนขึ้นบันได ตอนโตขึ้นมารุ่นกระทงหน่อย ก็แอบไปเอาหนังสือภาพเรตเอ็กซ์ของพี่ชายมาดู
เอาเครื่องฉายหนังแปดมิลล์ของพี่เขยมาฉายดู ของผู้ใหญ่ทั้งนั้นครับ เสร็จแล้ววันวานก็ผ่านไป
วันนี้ผมเป็นแค่ผู้ชายที่เวลาเห็นผู้หญิงนุ่งกระโปรงสั้นๆ แล้วเดินผ่านไป ก็อยากมองแค่นั้นเอง
เพราะฉะนั้นจึงอยากบอกว่า อินเตอร์เน็ตไม่ใช่ตัวปัญหาที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเกิดอยากมีความคิดทางด้านเพศตรงข้าม
แต่มันจะเป็นตัวส่งเสริม และเปิดประตูกว้างให้เด็กเข้าไปค้นหาเรื่องแบบนี้ได้ง่ายขึ้น แค่นั้นเอง
ถ้าเรารู้ว่าอะไรคือปัญหา อะไรคือตัวเสริม เราก็อาจจะเข้าใจมันมากขึ้น
นับว่าคุณวังวนเป็นคุณแม่สมัยใหม่ ใจกว้างมากทีเดียว ซึ่งก็เป็นแต้มที่ดี
ทำให้ลูกไม่มีปัญหาในเรื่องความขัดแย้งกับแม่ แต่ว่าเขาอายุขนาดนี้ เขาก็มีโลกส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครเข้าไปก้าวก่าย
อาจจะเขินอาย อาจจะไม่อยากเป็นลูกแหง่ โดยเฉพาะเรื่องการสนใจเพศตรงข้าม เขายิ่งจะรู้สึกเป็นลูกแหง่
ถ้าต้องบอกกับแม่ทุกเรื่อง เหมือนสมัยตอนที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ
ประเด็นของเรื่องนี้มันมีอยู่สองประเด็นครับ ประเด็นแรกคือ การเริ่มมีความสนใจเพศตรงข้าม
ซึ่งอยากที่บอกนั่นแหละว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก ผมเองก็เคยเป็นเด็กผู้ชายที่หลงรักรุ่นพี่ สมัยก่อนยังไม่มีอินเตอร์เน็ต
ผมก็เขียนจดหมายหาไง ถ้าสมัยก่อนหนักเข้าไปอีก ก็เขียนเพลงยาวไปจีบไง แต่ประเด็นที่สำคัญกว่า
คือ ประเด็นการหมกมุ่นอยู่ตรงหน้าจอคุยกับสาว ใช้เวลามากเกินไป เพราะมันสะดวกกว่าเพลงยาว
อันนี้ต่างหากสิน่าหาทางป้องกัน
บนพื้นฐานที่คุณวังวนเล่ามา ผมมองเห็นภาพของแม่ลูกที่น่ารัก ไม่ได้มีอะไรขัดแย้ง
แต่ลูกอยากมีโลกส่วนตัวในเรื่องที่เขาต้องการมากที่สุด ผมคิดว่าคุณแม่ต้องมีกุศโลบาย
ในการดึงเขาออกจากโลกเล็กๆ หน้าจอนั่น อย่าบ่น อย่าห้าม อย่าด่า ถ้าเป็นผมผมรู้ว่าลูกก็รักผม
ผมก็อาจจะใช้วิธีอ้อนลูก แม่จะไปทำนั่นทำนี่ แต่ทำไม่เป็น ลูกไปเป็นเพื่อนแม่หน่อยสิ ลูกไปทำนั่นให้แม่ได้ไหม
แม่ทำไมไหวเลย ให้เขาได้มีโลกอื่นบ้าง ให้เขาได้เจอผู้คนบ้าง เขาอาจจะขัดใจ ใจจดจ่อกับหน้าจอ
ก็ต้องดึงๆ ไว้บ้าง เขาอาจจะได้เจอเรื่องสนุกเรื่องอื่นบ้าง เผื่อเขาจะลดความหมกมุ่นกับสิ่งนั้นสิ่งเดียวลงไป
ถ้าเขาบ่นว่าไม่อยากไป ก็อ้อนหนักเข้าไปอีกว่า แม่เหงานะคะ ไม่มีใครคุยกับแม่บ้างเลย ลูกมาคุย
มาทำนั่นทำนี่กับแม่บ้างได้ไหม มารยาผู้หญิงมีร้อยเล่มเกวียนเอามาใช้กับลูกบ้าง ไม่เสียหายหรอกครับ
อาจจะมีวิธีอื่นในรายละเอียดนะครับ แล้วแต่บุคลิกของใคร แต่หลักการคือ ทำให้ลูกรู้สึกว่า
เขาเป็นผู้ชายถึงจะมีโลกของตัวเอง แต่เขาต้องให้เวลาดูแลแม่ด้วย
ข้อสำคัญคือ แม่อย่าอิจฉา อย่าโมโห อย่าทวง อย่าอวดอ้างความสำคัญ ให้เขารู้สึกเอง
ถ้าถามผมว่า ผมคิดอะไรอยู่ถ้าผมเป็นลูกของคุณ ผมก็กำลังอยากจะมีความรัก
อยากรู้จักเพศตรงข้าม ฮอร์โมนมันกำลังมาพอดีเลยละ ดีไม่ดี ก็ฝันในใจไว้เลยว่า
ผู้หญิงที่กำลังคุยกันอยู่นี่ ถ้าฉันเรียนจบเมื่อไหร่นะ ฉันจะแต่งงานกับคนนี้เลย
ผู้หญิง (หรือคนที่คุณเองไม่แน่ใจว่าเป็นผู้หญิงอายุสิบสี่หรือเปล่า)
คนนี้เป็นคนสำคัญสำหรับเขาอยู่ทีเดียวในตอนนี้
ผู้หญิงโทร.มา ให้เขาได้คุยกันครับ อย่าไปโกหก การโกหกจะทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ถ้าลูกจับได้
แต่แม่ต้องแสดงให้เขาเห็นว่า แม่รู้ แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาจจะมีคำถามแซวลอยๆ ว่า
"แฟนเหรอ เสียงน่ารักดีนะ ว่างๆ พามาบ้านสิแม่จะทำขนมให้กิน" ฯลฯ หลักการคือ ทำไงก็ได้ให้รู้ว่า
เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังคุณ ถึงแม้จะไม่บอกแต่ก็ไม่จำเป็นต้องหลอก ให้เขาไม่เครียดถ้าคุณจะรู้
แต่เขาคงไม่มานั่งเล่าให้คุณฟังเป็นคุ้งเป็นแควหรอก ยกเว้นว่าคุณเป็นคุณแม่โชคดีมากๆ
ข้อสำคัญที่สุดก็คือ อย่าให้ลูกอึดอัด แล้วแอบไปทำอะไรปิดๆ บังๆ เมื่อไหร่ลูกทำอะไรให้คุณเห็นต่อหน้าเท่าๆ
กับเขาได้ทำลับหลัง เมื่อนั้นคุณยังอ่านเกมได้ง่าย ดูแลได้ง่ายกว่า
เฮ้อ
เป็นพ่อแม่คนนี่ไม่ง่ายเลยนะครับ คุณเลือกเอาละกัน ว่าใช้วิธีไหน
เพราะผมก็ไม่ได้รับรองว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ว่า ถ้าคุณเป็นคุณแม่ใจกว้างแบบนี้ละก็
ผมว่าลูกเขาก็คงจะใจกว้างเช่นกัน และถ้าให้ผมชี้ผลแพ้ชนะ ผมว่าในกรณีของคุณนี่
โอกาสที่ฝ่ายดีงามจะชนะนั้นมีอยู่สูงมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ทีเดียว
ควรทำใจให้สบายดีกว่านะครับคุณแม่
นิติพงษ์ ห่อนาค |
|
|