คู่รักแต่ละคู่ใช้เวลาดูใจ และบ่มความรักให้ให้สุขงอมไม่เท่ากัน
บางคู่ไม่ถึงปี บางคู่เป็นปีและบางคู่ก็หลายปี
แต่ไม่ว่าคุณจะใช้เวลาสักเท่าใดก็ตาม
คุณผ่านการเตรียมตัวเตรียมใจกันบ้างหรือยัง
คุณคงสงสัยแล้วสินะว่า แค่รักกัน เข้าใจกัน เรียนรู้นิสัยใจคอกัน
ยังไม่พอหรือ จะต้องมานั่งเตรียมตัวเตรียมใจในเรื่องอะไรกันอีก
ที่จริงการเตรียมตัวเตรียมใจ เป็นเรื่องของการคิดแบบ
"ดักปัญหา" และปูแนวทางการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันระหว่างคนสองคน เรียกว่าเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมสรรพ
ก่อนจะรับรักเป็นคู่เคียงนั่นเอง เพราะคู่ที่มีการเตรียมความพร้อม
ก่อนตกลงปลงใจแต่งงาน จะปรับตัวเข้าหากัน สลายความขัดแย้งได้เร็ว
และมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงชีวิตคู่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
อยากให้คุณหวนกลับไปนึกดูว่า ได้เคยพูดตกลงกันกับคนรัก
ในเรื่องเหล่านี้บ้างหรือเปล่า
- เรื่องบ้าน หลังแต่งงานแล้วจะอยู่ร่วมกันกับครอบครัวเดิม
หรือแยกครอบครัว จะซื้อที่อยู่ใหม่หรือเช่า
- เรื่องเงิน ใครจะเป็นคนถือเงิน จะเก็บไว้กี่ส่วน
ใครจะรับผิดชอบรายจ่ายอะไรบ้าง รายจ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนมีอะไรบ้าง
จะทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของครอบครัวหรือไม่
- เรื่องลูกจะมีเมื่อไร จะช่วยกันเลี้ยงลูกอย่างไร
- เรื่องเวลา ตกลงกันไว้หรือเปล่าว่าแต่ละคนควรมีเวลาให้แก่กันแค่ไหน
มีเวลาให้ครอบครัวเดิมของแต่ละฝ่ายหรือไม่
- เรื่องงานบ้าน จะแบ่งเบาภาระกันอย่างไร "คุณเป็นคนรีดผ้า
ผมจะซักผ้าให้เอง" หรือ "ฉันจ่ายกับข้าว คุณเข้าครัวแล้วกัน"
- กำหนดแผนชีวิตไว้คร่าวๆ หรือไม่ว่า สักกี่ปีเราจะมีรถ
มีบ้านเป็นของตัวเอง
- เรื่องปัญหา "ลิ้นกับฟัน" ถ้าเกิดขึ้นต้องพูดกันก่อน
พูดกันด้วยเหตุผล ห้ามใช้วิธีหอบผ้าหอบผ่อนกลับบ้าน
หรือห้ามผลุนผลันออกนอกบ้าน
- เรื่องที่ต่างคนต่างไม่ชอบหรือทนไม่ได้คืออะไร
เป็นข้อตกลงที่ต่างฝ่ายจะพยายามหลีกเลี่ยง
หรือช่วยกันกำหนดเป็นกฎเหล็กประจำใจ
และเคยคิดเตรียมใจไว้บ้างไหมว่า
- เมื่อแต่งงานแล้วความเป็นอิสระในการตามใจตัวเอง
จะลดลงครึ่งหนึ่งจะมีอีกคนเข้ามาแบ่งปันเวลา
แบ่งปันชีวิตร่วมกัน
- เตรียมพร้อมที่จะมีความรับผิดชอบต่อกัน
พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ โดยไม่หวั่นไหว
- เตรียมใจที่จะต้องเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เช่น
ผู้ชายที่เคยเที่ยวกับเพื่อนฝูงบ่อยๆ เมื่อครั้งยังโสด
ก็ต้องเพลาลงหลังแต่งงาน ผู้หญิงโสดที่เคยตื่นนอนสาย
ก็ต้องเปลี่ยนมาตื่นแต่เช้า เพื่อลุกขึ้นมาดูแลอีกฝ่ายหนึ่ง
- เตรียมรับกับความเปลี่ยนแปลงทั้งฝ่ายเราและฝ่ายเขา
ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักจะเกิดขึ้น เช่น เอาอกเอาใจกันน้อยลง
เพราะเมื่อครั้งเป็นคู่รัก ต่างก็อยากดูแลกัน
พออยู่ร่วมกันแล้วต่างก็รอให้อีกฝ่ายมาเอาใจ
- มองเห็นข้อเสียของแต่ละฝ่ายชัดขึ้น มากขึ้น
เพราะอยู่ใกล้ชิดกันทุกวัน ต่างก็ทำตัวตามสบาย
เกรงอกเกรงใจกันน้อยลง เอาแต่ใจ ไม่ระมัดระวังตัว
และเป็นตัวของตัวเองมากกว่าตอนเป็นคู่รัก
- ต่างคนต่างพูดอย่างอิสระและปล่อยอารมณ์มากขึ้น
ไม่ระมัดระวังเหมือนครั้งยังไม่ได้แต่งงาน
- ความหวานชื่นจะลดลง เพราะมีความรับผิดชอบเข้ามาแทนที่ ความรู้สึกตื่นเต้นเป็นสุขเมื่ออยู่ใกล้กันก็จะกลายเป็นความเคยชิน
และรู้สึกเฉยๆ
- เริ่มมีการพยายามครอบงำ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันมากขึ้น
เธอจะไปไหน ต้องบอกฉันก่อน
คนเรานั้น ความเปลี่ยนแปลงของตนเองมักจะไม่ค่อยรู้สึก
แต่จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไป เมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้
มักทำให้เกิดความผิดหวังไม่พอใจ และน้อยอกน้อยใจ
หากทำใจไม่ได้ ความรู้สึกดังกล่าวก็จะสะสม
และกัดกร่อนใจทั้งสองฝ่ายไปเรื่อยๆ
แต่ถ้ามีการเตรียมตัวเตรียมใจกันไว้บ้าง
เรื่องที่จะกลายเป็นปัญหาก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป
และไม่ทำให้เสียความรู้สึกมากมาย เพราะคาดเอาไว้แล้วว่าจะเกิด
คู่ที่มีการเตรียมตัวเตรียมใจ ย่อมได้กำไรในการใช้ชีวิตคู่
|