มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

เตรียมตัว เตรียมใจ ก่อนใช้ชีวิตคู่

อมรากุล อินโอชานนท์


คู่รักแต่ละคู่ใช้เวลาดูใจ และบ่มความรักให้ให้สุขงอมไม่เท่ากัน บางคู่ไม่ถึงปี บางคู่เป็นปีและบางคู่ก็หลายปี แต่ไม่ว่าคุณจะใช้เวลาสักเท่าใดก็ตาม คุณผ่านการเตรียมตัวเตรียมใจกันบ้างหรือยัง
คุณคงสงสัยแล้วสินะว่า แค่รักกัน เข้าใจกัน เรียนรู้นิสัยใจคอกัน ยังไม่พอหรือ จะต้องมานั่งเตรียมตัวเตรียมใจในเรื่องอะไรกันอีก

ที่จริงการเตรียมตัวเตรียมใจ เป็นเรื่องของการคิดแบบ "ดักปัญหา" และปูแนวทางการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันระหว่างคนสองคน เรียกว่าเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมสรรพ ก่อนจะรับรักเป็นคู่เคียงนั่นเอง เพราะคู่ที่มีการเตรียมความพร้อม ก่อนตกลงปลงใจแต่งงาน จะปรับตัวเข้าหากัน สลายความขัดแย้งได้เร็ว และมีแนวโน้มที่จะปรับปรุงชีวิตคู่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

อยากให้คุณหวนกลับไปนึกดูว่า ได้เคยพูดตกลงกันกับคนรัก ในเรื่องเหล่านี้บ้างหรือเปล่า

  • เรื่องบ้าน หลังแต่งงานแล้วจะอยู่ร่วมกันกับครอบครัวเดิม หรือแยกครอบครัว จะซื้อที่อยู่ใหม่หรือเช่า
  • เรื่องเงิน ใครจะเป็นคนถือเงิน จะเก็บไว้กี่ส่วน ใครจะรับผิดชอบรายจ่ายอะไรบ้าง รายจ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนมีอะไรบ้าง จะทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของครอบครัวหรือไม่
  • เรื่องลูกจะมีเมื่อไร จะช่วยกันเลี้ยงลูกอย่างไร
  • เรื่องเวลา ตกลงกันไว้หรือเปล่าว่าแต่ละคนควรมีเวลาให้แก่กันแค่ไหน มีเวลาให้ครอบครัวเดิมของแต่ละฝ่ายหรือไม่
  • เรื่องงานบ้าน จะแบ่งเบาภาระกันอย่างไร "คุณเป็นคนรีดผ้า ผมจะซักผ้าให้เอง" หรือ "ฉันจ่ายกับข้าว คุณเข้าครัวแล้วกัน"
  • กำหนดแผนชีวิตไว้คร่าวๆ หรือไม่ว่า สักกี่ปีเราจะมีรถ มีบ้านเป็นของตัวเอง
  • เรื่องปัญหา "ลิ้นกับฟัน" ถ้าเกิดขึ้นต้องพูดกันก่อน พูดกันด้วยเหตุผล ห้ามใช้วิธีหอบผ้าหอบผ่อนกลับบ้าน หรือห้ามผลุนผลันออกนอกบ้าน
  • เรื่องที่ต่างคนต่างไม่ชอบหรือทนไม่ได้คืออะไร เป็นข้อตกลงที่ต่างฝ่ายจะพยายามหลีกเลี่ยง หรือช่วยกันกำหนดเป็นกฎเหล็กประจำใจ

และเคยคิดเตรียมใจไว้บ้างไหมว่า

  • เมื่อแต่งงานแล้วความเป็นอิสระในการตามใจตัวเอง จะลดลงครึ่งหนึ่งจะมีอีกคนเข้ามาแบ่งปันเวลา แบ่งปันชีวิตร่วมกัน

  • เตรียมพร้อมที่จะมีความรับผิดชอบต่อกัน พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ โดยไม่หวั่นไหว

  • เตรียมใจที่จะต้องเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน เช่น ผู้ชายที่เคยเที่ยวกับเพื่อนฝูงบ่อยๆ เมื่อครั้งยังโสด ก็ต้องเพลาลงหลังแต่งงาน ผู้หญิงโสดที่เคยตื่นนอนสาย ก็ต้องเปลี่ยนมาตื่นแต่เช้า เพื่อลุกขึ้นมาดูแลอีกฝ่ายหนึ่ง

  • เตรียมรับกับความเปลี่ยนแปลงทั้งฝ่ายเราและฝ่ายเขา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มักจะเกิดขึ้น เช่น เอาอกเอาใจกันน้อยลง เพราะเมื่อครั้งเป็นคู่รัก ต่างก็อยากดูแลกัน พออยู่ร่วมกันแล้วต่างก็รอให้อีกฝ่ายมาเอาใจ

  • มองเห็นข้อเสียของแต่ละฝ่ายชัดขึ้น มากขึ้น เพราะอยู่ใกล้ชิดกันทุกวัน ต่างก็ทำตัวตามสบาย เกรงอกเกรงใจกันน้อยลง เอาแต่ใจ ไม่ระมัดระวังตัว และเป็นตัวของตัวเองมากกว่าตอนเป็นคู่รัก

  • ต่างคนต่างพูดอย่างอิสระและปล่อยอารมณ์มากขึ้น ไม่ระมัดระวังเหมือนครั้งยังไม่ได้แต่งงาน

  • ความหวานชื่นจะลดลง เพราะมีความรับผิดชอบเข้ามาแทนที่ ความรู้สึกตื่นเต้นเป็นสุขเมื่ออยู่ใกล้กันก็จะกลายเป็นความเคยชิน และรู้สึกเฉยๆ

  • เริ่มมีการพยายามครอบงำ แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันมากขึ้น เธอจะไปไหน ต้องบอกฉันก่อน

คนเรานั้น ความเปลี่ยนแปลงของตนเองมักจะไม่ค่อยรู้สึก แต่จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไป เมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ มักทำให้เกิดความผิดหวังไม่พอใจ และน้อยอกน้อยใจ หากทำใจไม่ได้ ความรู้สึกดังกล่าวก็จะสะสม และกัดกร่อนใจทั้งสองฝ่ายไปเรื่อยๆ

แต่ถ้ามีการเตรียมตัวเตรียมใจกันไว้บ้าง เรื่องที่จะกลายเป็นปัญหาก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป และไม่ทำให้เสียความรู้สึกมากมาย เพราะคาดเอาไว้แล้วว่าจะเกิด

คู่ที่มีการเตรียมตัวเตรียมใจ ย่อมได้กำไรในการใช้ชีวิตคู่

อมรากุล อินโอชานนท์
สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600