ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินคืออะไร?
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หรือยาคุมกำเนิดภายหลังการร่วมเพศ
มีชื่อเรียกต่างๆ กัน ได้แก่ postcoital pills,
morning-after pills และ emergency contraceptives pills
ใช้คุมกำเนิดในหญิงที่เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์
เช่น กรณีที่เกิดความผิดพลาดในการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น
(ถุงยางอนามัยเกิดขาดหรือรั่ว ลืมกินยาเม็ดคุมกำเนิด
เป็นต้น) หรือมีการร่วมเพศผิดจารีตประเพณี
(เช่น พ่อกับลูก) หรือ ถูกข่มขืน โดยเริ่มรับประทานยา
ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีการร่วมเพศ
ตารางที่ 1
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินและขนาดที่ใช้รับประทาน
+
| Ethinyl estradiol + |
Ethinyl estradiol 100 มคก + Norgestrel |
| Norgestrel | 1 มกa 2 ครั้ง ห่างกัน 12 ชม. |
| Ethinyl estradiol | 2.5 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน |
| Conjugaled estrogens | วันละ 30 มก นาน 5 วัน |
| Estrone | 5 มก วันละ 3 ครั้ง นาน 5 วัน |
| Diethylstillbestrol | 25 มก วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน |
| Levonorgestrel | 0.75 มก 2 ครั้ง ห่างกัน 12 ชม |
| Danazol b |
400 มก 2-3 ครั้ง (หรือ 800 มก 3 ครั้ง
หรือ 800-1200 มก 2 ครั้ง) ห่างกัน 12 ชม |
| Mifepristone | 600 มก ครั้งเดียว |
+ เริ่มรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง
หลังการร่วมเพศ
a คือ Yuzpe regimen ต่อมาใช้
Levonorgestrel แทน norgestrel (ตารางที่ 2)
b อยู่ระหว่างศึกษาหาขนาดยาที่เหมาะสม
ยาที่ใช้คุมกำเนิดฉุกเฉิน
ยาที่นำมาใช้มีมากมาย (ตารางที่ 1)1-3 ได้แก่
เอสโตรเจนและโปรเจสตินขนาดสูง
อาจใช้ร่วมกันหรือใช้แต่ละชนิดเดี่ยวๆ1.2
Danazol เป็นแอนโดรเจนสังเคราะห์
ที่เป็นอนุพันธ์ ethisterone (ethinyl testosterone)3
Mifepristone เป็นสเตรอยด์สังเคราะห์
มีฤทธิ์แรงในการต้านโปรเจสเตอโรน นำมาใช้ร่วมกับ
โปรสตาแกลนดินในการทำให้แท้งบุตร แต่ได้มีการศึกษา
เพื่อนำมาใช้คุมกำเนิดฉุกเฉิน พบว่าให้ประสิทธิผลดี 3
Intrauterine devices (IUDs)
เป็นการใส่ห่วงเพื่อคุมกำเนิดฉุกเฉิน โดยเริ่มใส่ห่วง
ภายใน 5 วันหลังมีการร่วมเพศ แม้ไม่ใช่ยาแต่ขอนำมากล่าวด้วย
Yuzpe regimen คืออะไร ?
ในปี ค.ศ.1977 แพทย์ชาวแคนาดา ชื่อ Yuzpe 5
เป็นผู้ที่เริ่มนำเอสโตรเจนและโปรเจสตินมาใช้ร่วมกัน
เพื่อคุมกำเนิดฉุกเฉิน โดยใช้ ethinyl estradiol 100 ไมโครกรัม
ร่วมกับ dl-norgestrel 1 มิลลิกรัม เริ่มรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง
หลังการร่วมเพศ ให้ 2 ครั้งห่างกัน 12 ชั่วโมง ต่อมาได้ดัดแปลง
โดยนำ levonorgestrel (ซึ่งมีฤทธิ์แรงกว่า dl-norgestre)
มาใช้แทนโดยใช้ขนาดลดลง ในทางปฏิบัติได้นำเม็ดยาคุมกำเนิด
ที่มีจำหน่ายทั่วไปมาใช้ โดยรับประทานในขนาดสูงขึ้น
แต่ใช้เพียง 2 ครั้ง (ตารางที่ 2)2
ตารางที่ 2 ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ให้ประสิทธิผล
เท่าเทียมกับ Yuzpe regimen (ดัดแปลงจากเอกสารอ้างอิงที่ 2)
| ชื่อการค้า | ส่วนประกอบ |
จำนวนเม็ดต่อ 1 ครั้ง + |
| Ovral | 0.05 mg EE+0.05 mg norgestrel |
2 |
| Nordette |
0.03 mg EE+0.15 mg LNG |
4 |
| Microgest |
| Microgynon |
| Rigevidon |
| Trinordiol |
0.03 mg EE+0.125 mg LNG |
4 |
| Triquilar | (เม็ดสีเหลือง) |
EE = ethinyl estradiol, LNG = levonorgestrel
+ ต้องรับประทาน 2 ครั้ง
โดยทิ้งช่วงห่าง 12 ชั่วโมง
ช่วงเวลาที่เริ่มใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
การจะเริ่มต้นรับประทานยาช่วงใดก็ตามภายใน
72 ชั่วโมงหลังการร่วมเพศ ล้วนให้ประสิทธิผลในการคุมกำเนิดพอๆ กัน 6
อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงถึงการใช้ยาครั้งต่อไปด้วย
เช่น ไม่ควรเริ่มรับประทานยาตอนบ่ายสามโมง
เพราะการรับประทานครั้งต่อไปซึ่งต้องห่างกัน 12 ชั่วโมง
จะตรงกับเวลาตีสาม จึงควรเลื่อนไปเริ่มเวลาหนึ่งหรือสองทุ่ม
เป็นต้น
สำหรับ IUD ที่ใช้เพื่อการคุมกำเนิดฉุกเฉิน
ให้เริ่มใส่ห่วงภายใน 5 วังหลังการร่วมเพศ
ประสิทธิผลของยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
โดยทั่วไปในการร่วมเพศหนึ่งครั้ง
มีโอกาสตั้งครรภ์ 0-26% หากมีการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน
แบบ Yuzpe regimen อย่างถูกต้อง คือ เริ่มรับประทาน
ภายใน 72 ชั่วโมงหลังการร่วมเพศ จะช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์
ลงได้ประมาณ 75% 2,7,8 สำหรับการใช้ levonorgestrel อย่างเดียว
ในขนาดรับประทาน 0.75 มิลลิกรัม 2 ครั้ง ห่างกัน 12 ชั่วโมง
ได้มีการศึกษาแบบ double-blind, randomized,
multicenter เปรียบเทียบกับ Yuzpe regimen พบว่า
การใช้ levonorgestrel อย่างเดียวให้ประสิทธิผลสูงกว่า
คือมี relative risk 0.36 (95% confidence interval เท่ากับ 0.18-0.70)
และป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 85% (74-93%) เทียบกับ Yuzpe regimen
ซึ่งป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 57% (39-71%) และการใช้ levonorgestrel อย่างเดียว
ยังทำให้เกิดคลื่นไส้และอาเจียนได้ต่ำกว่า 9
ส่วนการใช้ IUD ในการคุมกำเนิดฉุกเฉิน โดยเริ่มใส่ห่วงภายใน 5 วัน
หลังการร่วมเพศ จะให้ประสิทธิผลสูงกว่า Yuzpe regimen
คือคุมกำเนิดได้ถึง 90-99% 2,4 ทั้งนี้อาจเนื่องจากว่า
ห่วงที่ใส่นั้นยังคงอยู่ต่อไปอีกนานกว่าจะนำออก
(จัดเป็น long-term method)
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินออกฤทธิ์อย่างไร ?
กลไกการออกฤทธิ์ยังไม่ทราบชัดเจน แต่คาดว่า
เอสโตรเจนและโปรเจสตินที่ใช้ร่วมกันตลอดจนยาชนิดอื่น
อาจออกฤทธิ์โดยรบกวนการทำหน้าที่ตามปกติของรังไข่
รบกวนความพร้อมของชั้นบุโพรงมดลูก (endometrium)
ที่จะรองรับไข่ที่ผสมแล้ว (fertilized ovum) ตลอดจนเร่งการเคลื่อนไหว
ของท่อนำไข่ (fallopian tube) ทำให้ไข่ที่ผสมแล้วถึงมดลูกเร็วเกินไป
ในขณะที่มดลูกยังเตรียมตัวไม่พร้อม ไข่ที่ผสมแล้วจึงไม่อาจฝังตัวได้
1-3
สำหรับ IUD ก็เช่นเดียวกัน ออกฤทธิ์โดยก่อให้เกิด
ปฏิกิริยาการอักเสบบริเวณชั้นบุโพรงมดลูก ทำให้ไม่เหมาะสม
ต่อการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว นอกจากนี้ยังเร่งการเดินทางของไข่
ให้เคลื่อนผ่านท่อนำไข่ไปอย่างรวดเร็ว 2,4
(หาก IUD นั้นมีทองแดงเป็นส่วนประกอบด้วย
ทองแดงยังอาจเป็นพิษต่อไข่ที่ผสมแล้ว)
การคุมกำเนิดฉุกเฉินออกฤทธิ์ต่างจาก
การคุมกำเนิดโดยทั่วไปอย่างไร ?
การคุมกำเนิดโดยทั่วไปออกฤทธิ์ในขั้นตอน
ก่อนเกิดการผสมระหว่างไข่กับตัวอสุจิ เช่น การยับยั้งการตกไข่
รบกวนการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิโดยทำให้มูกปากมดลูกข้นหนืด
เป็นพิษต่อตัวอสุจิ ตลอดจนปิดกั้นไม่ให้ตัวอสุจิเข้าไปสู่โพรงมดลูก
เป็นต้น ส่วนการคุมกำเนิดฉุกเฉินจะออกฤทธิ์ในขั้นตอน
หลังจากที่เกิดการผสมระหว่างไข่กับตัวอสุจิแล้ว
ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ที่กล่าวแล้วข้างต้น
การคุมกำเนิดฉุกเฉินเป็นการทำแท้งใช่หรือไม่ ?
การคุมกำเนิดฉุกเฉินตามวิธีที่กล่าวข้างต้น
ออกฤทธิ์ต่อการทำหน้าที่ของรังไข่ ท่อนำไข่ และชั้นบุโพรงมดลูก
จึงไม่ใช่เป็นการทำแท้งเนื่องจากไม่ได้มีผลกำจัด blastocyst
ที่ฝังตัวเรียบร้อยแล้วให้หลุดออกไปจากโพรงมดลูก
อาการข้างเคียงของยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
อาการที่พบบ่อยเมื่อใช้ยาพวกเอสโตรเจนและโปรเจสติน
ได้แก่ คลื่นไส้และอาเจียน ซึ่งอาจต้องให้การรักษา
ด้วยยาระงับการอาเจียนร่วมด้วย (เช่น dimenhydrinate
50-100 มิลลิกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง หรือ promethazine 25 มิลลิกรัม
ทุก 12 ชั่วโมง เป็นต้น) 2 อาการอื่นๆ ที่พบได้แก่
เจ็บเต้านม ปวดมวนในท้อง ปวดศีรษะและวิงเวียน
อาการข้างเคียงต่างๆ มักเป็นชั่วคราวและหายไป
ภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เนื่องจากใช้ยาในระยะสั้น
แม้จะใช้ในขนาดสูงก็ตาม
การใช้เอสโตรเจนและโปรเจสตินเพื่อคุมกำเนิดฉุกเฉินนี้
ไม่ก่อให้เกิดการรบกวนต่อ clotting factors หากเกิดผลเสียบ้าง
ก็จะเป็นเพียงระยะสั้นๆ และจากผลการศึกษาทั้งแบบ cohort
และ case-control พบว่าการใช้ฮอร์โมนร่วมดังกล่าว
ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อ idiopathic venous thromboembolism
เมื่อติดตามดูผลนานถึง 45 วัน 10
ปัญหาเกี่ยวกับการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
การใช้ผิดวัตถุประสงค์ ยาเหล่านี้ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
แต่การที่ยานี้มีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น postcoital pills และ
morning-after pills ทำให้เกิดความเข้าใจผิด
คิดว่าสามารถนำมาใช้ได้เป็นประจำภายหลังที่มีการร่วมเพศทุกครั้ง
การใช้พร่ำเพรื่อก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้หลายประการ
ปัญหาทางเพศ อาจมีการร่วมเพศ
ที่ขาดการไตร่ตรองเพิ่มมากขึ้นในหมู่วัยรุ่น
การแพร่เชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
เนื่องจากวิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่ได้ช่วยป้องกันโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
จึงต่างจากการใช้ถุงยางอนามัย อีกทั้งผู้ใช้บางรายเข้าใจผิดคิดว่า
ยาช่วยป้องกันโรคดังกล่าวได้ จึงขาดความระมัดระวัง
การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ เนื่องจากประสิทธิผล
ของวิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินนี้ด้วยกว่าวิธีคุมกำเนิดตามปกติ
ที่ใช้ทั่วไปอย่างมาก หากใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยใช้เป็นประจำ
หลังการร่วมเพศทุกครั้ง ทำให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้สูงกว่า
"ด้วยเหตุนี้ บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
ต้องให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
เพื่อช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้"
เอกสารอ้างอิง
- Williams CL, Stancel GM. Estrogens and prodestins.
In: Hardman JG, Limbird LE, Molinoff PB, Ruddon RW,
Gillman AG, eds. Goodman and Gilman's the Pharmacological
Basis of Therapeutics, 9th ed. New York: McGraw-Hill, 1996:1411-40.
- Klima CS. Emergency contraception for midwifery practice.
J Nurse-Midwifery 1998; 43:182-9.
- Crain C, Greenhill V, Harbilas B et al, eds. Clinical Pharmacology:
An Electronic Drug Reference and Teaching Guide.
Gold Standard Multimedia, Inc 1998.
- Westley E. Emergency contraception: a global overview.
J Am Med Womens Assoc 1998; 53(5 suppl 2):251-8, 237.
- Yuzpe AA, Lancee WJ. Ethinylestradiol and dl-norgestrel
as a postcoital contraceptive. Fertil Steril 1977; 28:932-6.
- Trussell J, Roddriguez G, The Yuzpe regimen of emergency
contraception: how long after the morning after.
Obstet Gynecol 1996; 88:150-4.
- Trussell J, Roddriguez G, Ellertson C. New estimates
of the effectiveness of the Yuzpe regimen of emergency
contraception. Contraception 1998; 57:363-9.
- Schein AB. Pregnancy prevention using emergency
contraception: efficacy, attiudes, and limitations to use.
J Pediatr Adolesc Gynecol 1999; 12:3-9.
- Task Force on Postovulatory Methods of Fertility Regulation.
Randomised controlled trial of levonorgestrel versus
the Yuzpe regimen of combined oral contraceptives
for emergency contraception. Lancet 1998; 352;428-33.
- Vasilakis C, Jick SS, Jick H. The risk of venous
thromboembolism in users of postcoital contraceptive pills.
Contraception 1999; 59:79-83.
|