|
ผู้หญิงเราถ้ายังไม่ได้แต่งงานควรจะตรวจภายในเมื่ออายุเท่าไรคะ และนอกจากจะต้องทำใจไม่กลัวแล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
เมื่อจะไปตรวจภายใน ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
สาวโสด / กทม. |
ในบ้านเรายังไม่มีมาตรฐานชัดเจนว่า
ผู้หญิงไทยควรเริ่มตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไหร่
แต่ตามตำราของฝรั่งเขาก็ให้เริ่มตรวจภายใน
เช็คมะเร็งปากมดลูกกันตั้งแต่อายุ 18 ปี
สำหรับฝรั่งแล้วการตรวจภายในเขาไม่ถือเป็นเรื่องซีเรียส
เขาไม่ค่อยอายหรือกลัวอะไรมากมาย เขาถือว่าเป็นเรื่องที่ควรทำ เป็นความรับผิดชอบส่วนตัวที่ต้องดูแลสุขภาพของตัวเอง
แล้วอีกอย่างของเขาอายุ 18 ปีแล้ว หากไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาเลย
ดูเหมือนเป็นเรื่องผิดปกติ
แต่ของสาวไทยเราก็คงไม่เหมือนของเขาทั้งหมดนะครับ
คนไทยเราขี้อาย ขี้กลัวแล้วยังเห็นการตรวจภายในเป็นเรื่องสุดท้าย
ที่ควรคิดถึง ไม่หนักหนาสาหัสไม่ค่อยมาให้ตรวจหรอกครับ นอกจากนั้นขนบธรรมเนียมประเพณีของเราก็ยังต่างจากเขา
อายุ 18 ของเรายังดูเด็กอยู่เลย ไม่ค่อยรู้เรื่องเพศสัมพันธ์หรอกครับ
แต่จากข้อมูลล่าสุดที่อ่านจากหนังสือพิมพ์มา เขาสำรวจ
พบข้อมูลน่าตกใจว่า สาวไทยมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก
เฉลี่ยที่อายุ 16 กว่าๆ เท่านั้นเอง
สรุปว่าสาวไทยควรเริ่มตรวจภายในครั้งแรกที่อายุเท่าไหร่
ยังไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน แต่หากว่าเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว
ก็ควรตรวจเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง หรือหากมีอะไรผิดปกติ
ก็ไม่ควรรีรอ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที
แต่ถ้าหากอายุก็มากขึ้นทุกวันแล้วก็ยังไม่มีแฟน
ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย หากอายุเลย 30 ปี ไปแล้ว
ก็ควรไปตรวจภายใน เช็กมะเร็งปากมดลูกปีละครั้ง
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยมากที่สุดในสาวไทย
อายุที่เป็นก็ประมาณ 39-40 ปี จะรอจนถึงตอนนั้นแล้วค่อยมาตรวจ
ก็เห็นทีจะสายเกินไป หากเป็นสาวโสดอายุอย่างมากสุด 30 ปี
ก็ควรตรวจได้แล้วละครับ
ส่วนว่าตรวจภายในจะตรวจกันอย่างไร ต้องเตรียมตัวยังไง
จะเจ็บมั้ย อ่านได้ที่คอลัมน์ "คุยเรื่องอย่างว่ากับหมออานนท์" ในนิตยสารดวงใจพ่อแม่ฉบับล่าสุดก็แล้วกันนะครับ
|
คุณแม่อายุ 54 ปีของดิฉันเป็นเนื้องอกที่มดลูก
และผ่าตัดไปเรียบร้อยแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ไม่ทราบว่าดิฉัน
ควรจะพาคุณแม่ไปตรวจภายในอีกหรือไม่คะ เพราะหลังจากผ่าตัด
คุณแม่กินฮอร์โมน แต่ไม่ยอมตรวจภายในอีกเลยค่ะ ไม่ทราบว่า
เมื่อตัดมดลูกไปแล้วการตรวจภายในยังจำเป็นอยู่หรือเปล่า
ลาวัลย์ / กทม.
|
เกิดเป็นผู้หญิงก็หนีไม่พ้นเรื่องการตรวจภายในหรอกครับ
ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ตัดอะไร เหลืออะไรไว้เท่าไหร่ก็ยังต้องควรไปตรวจ
อยู่เป็นประจำเหมือนเดิม ยังในรายที่กินฮอร์โมนด้วย
ก็ควรตรวจภายในอย่างน้อยปีละครั้ง
ในกรณีที่ตัดมดลูกออกไปแล้ว ปากมดลูกซึ่งเป็นส่วน
ที่เป็นมะเร็งได้บ่อยที่สุดก็จะถูกตัดออกไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม
เนื้อเยื่อโดยรอบที่หลงเหลืออยู่ก็อาจมีเซลล์ที่เป็นส่วนของปากมดลูก
หลงเหลืออยู่บ้าง นั่นก็เลยเป็นเหตุให้ถึงแม้ว่าจะตัดมดลูกออกไปแล้ว
ก็ยังคงต้องตรวจเช็กมะเร็งจากบริเวณปลายต้นของช่องคลอด
ในตำแหน่งที่เคยเป็นปากมดลูกนั่นเอง
นอกจากนั้นในบางคนก็ตัดมดลูกออกเพียงอย่างเดียว
รังไข่ทั้งสองข้างยังคงเหลืออยู่ ซึ่งรังไข่ที่เหลืออยู่ก็อาจกลายเป็นซีสต์
หรือเนื้องอกอะไรก็ได้ ดังนั้นก็คงต้องตรวจภายในอยู่เป็นประจำแหละครับ รักษาเมื่อเป็นน้อยดีกว่าลำบากรักษาตอนเป็นเยอะ ดังนั้นคุณลาวัลย์
ก็คงต้องแนะนำคุณแม่ว่า ถึงแม้จะตัดมดลูกออกไปแล้ว แต่ก็ยังคงจำเป็นต้องตรวจภายในเป็นประจำอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในรายที่รับประทานฮอร์โมนอยู่ด้วยก็ยิ่งต้องไปพบคุณหมอ
ตรวจวัดความดัน ตรวจหาผลข้างเคียงจากการใช้ยา โดยเฉพาะจำเป็นมาก
ที่ต้องตรวจภายในเพื่อค้นหาว่ามีเนื้องอกผิดปกติอย่างอื่นหรือเปล่า ถ้ามีเนื้องอกก็อาจจะโตขึ้นอย่างรวดเร็วหากรับประทานฮอร์โมนอยู่
น.พ.อานนท์ เรืองอุดมานันท์
|