สังคมยุค 2000 รู้สึกจะทำให้หนุ่มสาวใจร้อนเสียเหลือเกิน ประเภทที่ว่า เดี๋ยวนี้รักกันได้ไม่เท่าไหร่
ก็จัดแจงหอบผ้าหอบผ่อน ย้ายนิวาสถานมาอยู่บ้านเดียวกันซะเลย เรื่องรักนวลสงวนตัวไม่ต้องพูดกันแล้ว
บอกตามตรง "การอยู่กันก่อนแต่ง" ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือรับไม่ได้แต่ประการใด
เพียงแต่อยากให้ระวังกันไว้บ้าง เพราะชั่งน้ำหนักความได้เปรียบเสียเปรียบ ระหว่างชาย-หญิงแล้ว
ผู้หญิงมีแต่จะเสียเปรียบวันยังค่ำ แต่ถ้าคิดว่า ฉันไม่แคร์ หรือฉันตัดสินใจเองได้
อาตมาก็ขออนุโมทนาด้วย ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ใครจะทำอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับใจของแต่ละคน
อ่านเจอเรื่อง Living together before marriage หรือ อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน
ซึ่งมีสาวนิรนามเขียนจดหมาย มาขอความเห็นจากแฮร์เรียต เลอร์เนอร์ (Harriet Lerner)
ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นที่ปรึกษาปัญหาครอบครัว ตัดพ้อให้ฟังว่า
|
แฮร์เรียต ที่รัก,
ดิฉันออกเดทกับหนุ่มคนหนึ่งมาหลายปีแล้ว ฉันรักเขา ขณะที่เรากำลังพูดถึงเรื่องการแต่งงาน
เขากลับเสนอว่า อยากจะให้เราอยู่ด้วยกันก่อน เขาบอกว่า เขามีอพาร์ตเมนต์สุดหรู ทำนองเสนอว่า
มาอยู่ด้วยกันที่นั่นก่อนเถอะ แต่ฉันเกิดความกลัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพราะฉันเคยได้ยินได้ฟัง
เกี่ยวกับประวัติของคู่รักที่ตัดสินใจอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน พบว่ามีปริมาณสูงมากที่จะหย่ากันภายหลัง
ประกอบกับแม่ของฉันมักพูดประโยคเปรียบเปรยเป็นนัยๆ ให้ได้ยินเสมอว่า ผู้ชายจะซื้อวัวไปทำไม
หากเขามีโอกาสได้ดื่มนมฟรีอยู่แล้ว (ขออธิบายเพิ่มเติมให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ
ผู้ชายจะลงทุนแต่งงานกับผู้หญิงไปทำไม ถ้าเขาได้ตัวผู้หญิงคนนั้นแล้ว... ทำนองนี้)
|
ส่วนคำตอบของผู้สันทัดกรณีมีดังนี้
|
ถึง สาวนิรนามผู้มีปัญหา
ผู้หญิงมากมายมักได้รับคำบอกเล่าจากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ นานา โดยเฉพาะเกี่ยวกับ
เรื่องการมีเพศสัมพันธ์หรือเซ็กซ์ๆ เอ็กซ์ๆ ก่อนแต่งงาน แต่เบาใจเถอะ คำชี้แนะต่างๆ
มักเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แม้จะมีการอ้างถึงผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องใดๆ ออกมาก็อย่าได้ใส่ใจนัก
ทว่าไม่ควรเพิกเฉยเสียทีเดียว เพราะเรื่องความรัก และการอยู่ด้วยกัน จะดีหรือเลว
มันขึ้นอยู่กับคนแต่ละคน และแต่ละคู่มากกว่า
ฉัน (หมายถึงคุณนายแฮร์เรียตนะจ๊ะ) ใช้ชีวิตคู่กับสตีฟสามีหลายปีก่อนเราจะแต่งงานอย่างเป็นทางการ
และถ้าสวรรค์ให้โอกาสฉันตัดสินใจใหม่ ฉันก็จะทำแบบนี้แหละ เพราะตัวเองมีความเชื่อลึกๆ ว่า
การแต่งงานเป็นเรื่องคอขาดบาดตายทีเดียวเชียวล่ะ ดังนั้น การอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง
จะช่วยบอกอะไรแก่คนสองคน ที่ไม่เคยรู้จักมักจี่อย่างลึกซึ้ง ให้รู้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ
และความเลวร้ายที่ต่างคนต่างมีได้มากทีเดียว ชีวิตคู่หรือแม้แต่ชีวิตสมรส จะรู้ว่าอยู่กันได้ยืดหรือไม่
ข้อมูลส่วนหนึ่ง ที่สามารถนำมาพิจารณาได้ก็คือ การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งนี่แหละ
|
ฉะนั้น การจะตัดสินใจอยู่กันก่อนหรือไม่ ก็ควรคำนึงด้วยว่า
- พ่อแม่ของคุณกับพ่อแม่ของเขา จะรู้สึกอย่างไรหากคุณทั้งสองทำแบบนี้ จะเป็นเรื่องง่ายกว่า
ถ้าเป็นลูกกำพร้าด้วยกันทั้งคู่
- สังคมตลอดจนวัฒนธรรม และประเพณีที่คุณอาศัยอยู่ เปิดกว้างกับเรื่องนี้แค่ไหน
- ทั้งคู่เรียนรู้วิธีการมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย และการคุมกำเนิดหรือไม่
- พร้อมรับผิดชอบต่อปัญหา ที่จะประดังประเดเข้าใส่ในอนาคตหรือเปล่า
ส่วนข้อดีของการอยู่ด้วยกันก่อน อาทิ
- มีโอกาสได้เรียนรู้ใจกัน, ได้รู้เช่นเห็นชาติ (ในด้านเลวร้าย ซึ่งแม้ยังไม่แสดงออกมากนัก)
จากอีกฝ่ายหนึ่งที่ปากอาจพูดปาวๆ ว่า รักคุณเหลือเกิน, รักคุณหมดใจ จะได้เห็นธาตุแท้กันก็ตอนนี้แหละ
- ได้ตั้งรับและปรับตัว กรณีที่ทั้งสองมีนิสัย หรือการกระทำที่แตกต่างกัน
(ซึ่งย่อมจะมีความแตกต่างกันแน่นอนอยู่แล้ว)
- ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาจะได้หายคิดถึงเสียที
กระนั้น ขอบอกก่อนว่า การไม่รู้จักหาช่องว่างให้แก่ตัวเองซะบ้าง แบบว่า
จะหนีบกันเป็นปาท่องโก๋ทุกลมหายใจเข้าออก ระยะแรกรัก... มันก็น่าพิสมัยดีอยู่หรอก
แต่นานวันเข้า คุณจะเริ่มรู้สึกว่า ห่างกันบ้างก็บ่เป็นหยังดอก
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณคิดว่า หากไม่ยอมรับข้อเสนอเรื่องอยู่ด้วยกันก่อน
หรือขอเบียดก่อนแล้วค่อยแต่ง อาจเป็นมูลเหตุทำให้คุณต้องสูญเสียเขาไป....
ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน
อย่าลืมคำนึงถึงแผนของตัวเองในอนาคตด้วย เช่น เป็นไปได้ไหมว่า จะเจอใครที่ใจของคุณคิดว่า "ใช่"
มากกว่าแฟนคนปัจจุบัน หรือคุณทั้งคู่มีความรักความผูกพันหนักแน่น พอที่จะเข้าขั้นยังไม่ทันไร
ก็เลิกกันซะแล้วหรือเปล่า
อย่าไปสนคำพูดหรือผลการวิจงวิจัยอะไรให้มาก เพราะมีเพียงคนเดียวที่คุณไว้ใจได้ว่า
การตัดสินใจย้ายไปอยู่กับคนรักก่อนแต่งนั้น เป็นไอเดียดีแล้ว ก็คือตัวของคุณเองนั่นแหละ
เมอร์ลิน
|