คุณจะทำอย่างไร ถ้ารู้ว่าเพื่อนกำลังมีพฤติกรรมผิดศีลธรรม ?
และผิดหรือไม่ถ้าพยายามจะช่วยเหลือ และจะช่วยเหลืออย่างไร
จึงจะไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ ?
"จ้อย"
เครียดมากเมื่อพบว่า ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเพื่อนสาวที่บ้านและความคุ้นเคย
จึงเดินเลยเข้าในห้องนอน แล้วก็พบว่าเพื่อนสาวมีการซื้อยานอนหลับมากินเป็นกำๆ
ทำให้เธอตกใจว่าเพื่อนมีเจตนาจะทำอะไร เพื่อนคนนี้คบหากันมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนหนังสือด้วยกัน
โตมาด้วยกันจนแต่งงานมีสามีมีลูกวัยรุ่นด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทั้งสามีเธอก็เป็นคนดี
และต่างก็เป็นเพื่อนกันเสมอมา ต้องพูดหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมกันอยู่นาน กว่าจะได้รับรู้ว่า
เพื่อนสาวกำลังนอกใจสามี มีความสัมพันธ์กับเพื่อนชายซึ่งแต่งงานมีครอบครัวแล้ว
และต่างก็เป็นเพื่อนกันมาหลายปีเช่นกัน เธอบอกว่าเธอรักผู้ชายคนนั้น
ในขณะเดียวกันก็รักสามีตัวเองด้วย !
เมื่อแรกที่รับรู้ความต้องการที่จะให้เพื่อนเลิก ก็ใช้วิธีด่าว่ารุนแรงเพื่อให้เพื่อนเจ็บจำ
และเลิกพฤติกรรมดังกล่าวเสีย แต่นานไปเพื่อนเลยไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง กลับยิ่งเงียบขรึม
โศกเศร้าหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่คนเดียว ยิ่งทำให้เธอวิตกกังวลมากขึ้น เกรงว่าเพื่อนจะคิดสั้น
หรือเป็นฝ่าย "เก็บ" ผู้ชายคนนั้นเสียเองด้วยความแค้น
หลายเดือนมานี้เธอได้ทุ่มเทเวลาให้กับเพื่อนรักคนนี้ โดยพยายามพาไปเที่ยว
ไปทำบุญไปไหว้พระเพื่อให้เธอสบายใจ ซึ่งบางครั้งเพื่อนก็รู้สึกดีขึ้นทำใจจะเลิกได้ แต่แล้วก็เปลี่ยนไป
ทำใจไม่ได้อีก เธอจึงซักถามเอาความจริงมากขึ้น เพื่อนก็บอกว่าเวลาโทรฯไปหาผู้ชายให้ออกมาพบ
เขาก็จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมออกมา ทำให้เธอมุมานะจะเอาชนะ หรือรู้สึกท้อแท้ที่ผู้ชายคงไม่มีเยื่อใย
แต่พอเธอออกไปพบเขาที่ทำงาน เขาก็พูดด้วยดี อ่อนหวานเอาอกเอาใจอย่างเคย แล้วก็พากันไปโรงแรม
และทุกครั้งเขาก็พร่ำพรอดแต่คำหวานทำให้เธอหลงใหลไม่เสื่อมคลาย แล้วความสัมพันธ์
ก็ดำเนินเรื่อยมาในลักษณะนี้
เธอเคยถามเพื่อนตรงๆ ว่าความสัมพันธ์ทางเพศกับสามีที่บ้านไม่ดีหรือไง เธอบอกว่าดีทุกอย่าง
แต่คนนี้ดีกว่า ! "จ้อย" ฟังแล้วก็อึ้งไปและสรุปว่าเพื่อนสาว หลงเสน่ห์ทางเพศของผู้ชายคนนี้และทั้งที่เห็นใจ
แต่เธอก็รู้ว่ายิ่งปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปนานเท่าไร ผลร้ายจะยิ่งตกอยู่กับเพื่อนสาว "จ้อย" บอกว่าสามี
ของเพื่อนสาวคนนี้เป็นผู้ชายมุทะลุดุดันพอสมควร แม้ว่าโดยทั่วไปเขาจะเป็นคนดี แต่เรื่องนี้เขาคงไม่ยอม
ผู้ชายไทยส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้ที่จะได้ชื่อว่าถูกภรรยาสวมเขาให้ ! เพราะฉะนั้น "จ้อย" จึงกลัวมาก
ว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงตามมา
สำหรับผู้ชายคนนี้ เขาเป็นคนรักลูกรักเมีย การที่จะคิดว่า เขาจะเลิกมาแล้วมาแต่งงาน
กับเพื่อนสาวนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเธอจึงสรุปว่า
"ไอ้ผู้ชายคนนี้มันหลอกลวงเพื่อนเธอ"
แต่ "จ้อย" ก็มีคำถามว่า นี่เราก็อายุกันเกือบจะ 50 ปี แล้วนะ ทำไมมันไม่ไปหลอกเด็กสาวๆ
แทนที่จะเป็นคนอายุขนาดเรา หรือมันรู้ว่าคนอายุขนาดเราไม่กล้าโวยวาย แล้วมันเป็นความสมัครใจ
ของฝ่ายเราจะให้เขาหลอกด้วย !
"จ้อย" บอกว่าฝ่ายชายยังไม่รู้ว่าเธอรู้เรื่องนี้ด้วย ใจหนึ่งก็อยากไปบอกตรงๆ ให้เลิกเสีย
ใจหนึ่งก็กลัวเขาจะย้อนกลับมาว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ เธอควรจะทำอย่างไรดี ?
ผู้เขียนแนะนำให้เธอไปคุยกับผู้ชายตรงๆ บอกให้เขาเลิกพฤติกรรมนี้เสีย เพราะดูเหมือนเขา
จะใช้เสน่ห์ผูกมัดเพื่อนสาวเอาไว้ ถ้าเขาได้มีการตกลงพูดจากับเธอดีๆ เพื่อเห็นแก่ลูกๆ และคู่สมรสที่บ้าน
จะช่วยให้ต่างฝ่ายสามารถคบหาเป็นเพื่อนกันต่อไปได้ เพราะถ้าเพื่อนชายพูดขอเลิกดีๆ กับเพื่อนสาว
ไม่ทำให้เธอเสียใจหรือรู้สึกอับอายเชื่อว่าเพื่อนจะทำใจเลิกได้ แต่ถ้าเขาก้าวร้าวรุนแรงหรือปฏิเสธเธอ
โดยไม่พูดจา เกรงว่าจะทำให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายทำรุนแรง เช่น ฆ่าตัวตายหรือฆ่าฝ่ายชายให้ตายไปตามกัน
ก็จะยิ่งเป็นความเสียหายที่มากมาย โดยเฉพาะกับลูกๆ และคนข้างหลัง ส่วนที่จะคบหากันไปแบบนี้
ไม่นานสามีและภรรยาของคนทั้งสองก็คงจะจับได้ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ต้องเลิก จึงควรต้องเลิกเสียแต่เดี๋ยวนี้ !
ส่วนที่เธอเกรงว่าฝ่ายชายจะโต้ว่า "ไม่ใช่เรื่องของเธอ !" ก็บอกเขาไปเลยว่า
รู้ว่าไม่ใช่เรื่องของคนอื่น แต่ "จ้อย" ยังไม่อยากเห็นเขาตายไปก่อนที่จะได้เห็นลูกโต
เพราะฉะนั้นเขาต้องยุติเรื่องนี้ให้เรียบร้อยไม่โวยวาย !
ใช่
มันเป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่จะต้องรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสามีของเพื่อนสาว
หรือภรรยาของฝ่ายชาย แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายหรือผู้หนึ่งผู้ใดที่กำลังตกอยู่ในฐานะที่ภรรยาหรือสามีนอกใจ
ไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่น ขอให้ตั้งสติและทบทวนถึงความจริงว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เป็นไปได้
เพราะสังคมทุกวันนี้ เราต่างดำเนินชีวิตที่ติดอยู่กับวัตถุ จนบางทีเราก็หลงลืมความสัมพันธ์
ฉันเพื่อนมนุษย์ด้วยกันไป จนทำให้คนใกล้ไม่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่เขาหรือเธอต้องการ
หรือหากจะเป็นความต้องการจาก "อารมณ์ส่วนเกิน" ของเขาหรือเธอกันบ้าง ก็ขอให้ระงับสติอารมณ์
ให้พูดกันดีๆ อย่างเพื่อน อย่างมิตรที่คุ้นเคย อะไรที่พออภัยกันได้บ้างก็ขอให้อภัยต่อกัน อย่าไปคิดว่า
ถ้าเขาหรือเธอสวมเขาให้ แล้วเราจะรับไม่ได้ต้องจัดการให้เด็ดขาดกันไป !
เหตุการณ์เช่นนี้ เราก็คงได้ยินได้เห็นกันมาบ่อยๆ แม้บนหน้าหนังสือพิมพ์ประจำวันทุกวันนี้
เพราะฉะนั้นก็ขออย่าได้ทำอะไรที่จะสร้างความสูญเสียชีวิตและจิตใจของเรา ของลูก
ของคนที่รักเรามากไปกว่านี้ คนที่รักเราจะเสียใจเพราะการกระทำที่รุนแรงของเรา
ไม่ใช่แต่ลูกเมียหรือผัวของเรา คนที่รักเรายังมีพ่อแม่เพื่อนฝูง ญาติมิตรของเราอีกมากมาย
ที่จะต้องเสียใจกับการกระทำของเรา
เคยมีผู้หญิงที่เป็นภรรยามาปรึกษากรณีที่สามีที่รักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา
แต่งงานอยู่กินกันมาจนลูกโตเป็นหนุ่มสาว สามีก็ยังอุตส่าห์ไปมี "อีหนู" เสียทั่วไปหมด
เธอต้องคอยวิ่งไปแก้ไขเหตุการณ์ให้ จนนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะหย่าก็เกรงว่า
จะทำให้หน้าที่การงานของทั้งสองต้องมัวหมอง เพราะต่างฝ่ายอยู่ในระดับบริหาร ไม่รู้จะจัดการอย่างไร
พฤติกรรมของเขาเป็นที่ระอากับทั้งเธอและลูกๆ จนไม่มีใครอยากคุยด้วย เวลาเขาอยู่บ้าน
จึงเหมือนอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพราะไม่มีใครสนใจจะพูดด้วย ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่เธอและลูกๆ
ตั้งใจทำเพื่อเป็นการลงโทษเขา แต่เขาก็ไม่ดีขึ้นเลย
ผู้เขียนได้แนะนำให้เธอลองดึงตัวเองออกมา อย่าไปคิดแต่ว่าเราเป็นภรรยาที่สามีนอกใจ
แต่จงมองว่า ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนที่คบหากันมานาน ถึงวันนี้เพื่อนมีปัญหา แต่เขาอาจไม่กล้าจะไปปรึกษาใคร
ก็จะมีแต่คุณเท่านั้นที่เขาพอจะพึ่งพาได้ เพราะฉะนั้นจงเป็นเพื่อที่ดีที่สุดของเขาในการช่วยเขา
แก้ไขสถานการณ์ และไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะเป็นเรื่องที่ทำให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจก็ตาม แต่ขอให้นึกว่า
ตัวเขาเองก็เจ็บปวดและอับอายเช่นกัน เขาคงไม่อยากให้เหตุการณ์ที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสมาชิก
ในครอบครัวเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จงร่วมมือกันแก้ไขอย่างใจเย็นและเรียนรู้
ที่จะให้อภัยในความผิดพลาดของกันและกันบ้าง
เช่นกัน ในกรณีของเพื่อนของจ้อยคนนี้ เธอเองเสียใจทุกข์ใจอับอายและโกรธตัวเอง
ที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรม ทั้งที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยทำอะไรที่ผิดพลาดมาก่อน
เพราะฉะนั้นความใกล้ชิดกับการได้รู้รสชาติทางเพศที่ต่างไปจากเดิม อาจทำให้หัวใจเธอหวั่นไหวไปบ้าง
แต่ด้วยความร่วมมือของฝ่ายชาย และด้วยความเข้าอกเข้าใจ และการให้อภัยจากสามี
จะทำให้เธอสามารถทำใจถอนตัวจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ด้วยความรู้สึกที่ไม่บาดเจ็บ
หรือเคียดแค้นจนเกินกว่าจะเยียวยา
ในความเป็นเพื่อน "จ้อย" ได้แสดงออกถึงความเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เธอไม่ได้เล่าให้สามีตัวเองฟัง
เพราะกลัวเพื่อนจะเสียหาย เธอให้เวลาและพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้เหตุการณ์ยุติลงด้วยดี
และที่สำคัญ เธอควรพาเพื่อนมาคุยกับนักจิตวิทยา เพื่อรับการ "เตือนสติ" จากคนใกล้ชิด
หรือผู้ที่รับรู้เหตุการณ์
เพราะจริงๆ แล้วการทำตัวเป็น "แมวขโมย" ขโมยปลาย่างนั้น มันไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชายที่แท้จริง
และไม่ว่าผู้หญิงจะยินยอมหรือสมัครใจ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อยู่ในศีลธรรมจะพึงกระทำ หากจะบอกว่า
เป็นสันดานมักง่ายของผู้ชายทุกคน ก็ขอให้จำไว้ด้วยเช่นกันว่า ผู้ชายมักง่ายเหล่านี้
มีภาพข่าวอยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าแรกเกือบทุกวัน และคนต่อไปอาจเป็นเขาก็ได้ !
อรอนงค์ อินทรจิตร นรินทร์ กรินชัย
|