
ออกจะเสี่ยงอยู่สักหน่อยเมื่อถึงวันครอบครัว แต่กลับมาชวนกันถกถึงเรื่อง " เมียมาก-เมียน้อย "
ยังงี้แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยเมื่อลองแหย่คำถามไปยังชายไทย ผู้หนุ่มมั่งแก่มั่งทั้งหลาย
ถึงเรื่องการมีบ้านที่สองในยุคนี้ แล้วได้คำตอบกับมาคล้ายๆ กันว่า " ผมว่าผู้ชายที่มีเมียน้อยน่ะ...ไม่ฉลาด "
ได้ฟังดังนี้ ในใจก็ร้องกรี๊ดดดด...ซะด้วยความปรีดา
แต่เอ๊ะ จะว่าไป ไม่รู้เป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายกันแน่ เพราะพวกเขาแถมท้ายว่า
ผู้ชายที่ฉลาดจะไม่มีเมียน้อยหรอก หากแต่จะมีแฟนเยอะๆ เสียมากกว่า เพราะ
" มีอีกบ้านน่ะ ยุ่งยากจะตายไป ต้องแบ่งภาคให้ปวดหัว เห็นตัวอย่างเพื่อนบางคนแล้ว โอ๊ย น่าเวทนาหลาย
แล้วหัวอกคนมีเมียน้อยนี่นะจะเหมือนกันไปหมดตรงที่เกลียดช่วงเทศกาลวันสำคัญต่างๆ เข้าไส้ จะไปไหน
ทำอะไร ก็ต้องทำซ้ำสอง ดูหนังสองครั้งในเรื่องเดียวกัน ลอยกระทงก็สองงาน ทุกอย่างในชีวิตต้องหารสองหมด
รวมทั้งตัวมันเองด้วย...ไอ้ช่วงหวานชื่นคืนสุขน่ะหรือ เอาเข้าจริงแล้วก็สุขได้แค่แป๊บเดียวเอง
แต่ชีวิตที่เหลือต่อมานี่สิ ต้องคำสาปชัดๆ "
แล้วก็ตั้งสมมติฐานกันดิบดีว่า ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะในวัยหนุ่มไม่รู้จักใช้ชีวิตให้คุ้มเสียก่อน
' คุ้ม ' ในที่นี้คงหนีไม่พ้นการเรียนรู้เรื่องรักและใคร่กับหญิงสาวให้มากรายเข้าไว้
จนกว่าจะแจ้งในสัมพันธภาพระหว่างชายหญิง และพร้อมจะลงเอยกับใครสักคน
เอ...ฟังดูทะแม่งๆ ชอบกลนะ
ทั้งเหตุและผลที่ว่ามา โดยเฉพาะในสายตาของเฟมินิสต์ครึ่งๆ กลางๆ คนนี้
ความที่เหตุผลออกจะหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสองไปสักนิดหนึ่ง ซึ่งไม่น่าจะใช้ได้กับชีวิตคน
อย่างที่รู้ๆ กันว่าหลายเรื่องในชีวิตเราเอาเหตุผลไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ที่สำคัญงานนี้ดูเหมือนลูกผู้หญิงจะเป็นตัวประกอบไปสักหน่อย โผล่มาอีกที นึกว่าจะเป็นนางเอก
อ้าวดันเป็นนางร้ายไปเสียนี่
ความจริงจะนางอะไรตอนไหนก็ช่างเถิด สงสัยแต่เพียงว่า ทำไมผู้ชายถึงได้หลายใจนัก ?
เพื่อนหนุ่มผู้ลุ่มลึกอรรถาธิบายว่า เป็นเพราะผู้หญิงได้รับพรจากสวรรค์ ให้มีความอดทนอดกลั้นสูง
ขณะที่ผู้ชายไม่ทำให้ทั้งอ่อนแอและเขลา มิอาจต้านทานต่อกระแสเย้ายวนได้ จึงหลายครั้งที่พลั้งพลาด
ให้ชีวิตต้องพัวพันยุ่งเหยิงอีรุงตุงนังกันไปใหญ่
ฮึ...จะเชื่อดีไหมเนี่ย ?
ถ้าเชื่อ คงต้องลืมเรื่องรักโรแมนติกไปเสียให้สิ้น แล้วตื่นมาพบกับความจริงที่ว่า เรื่องฝันๆ
ในรักของสาวรุ่นนั้นเสี่ยงเป็นที่สุด
โธ่ถัง อุตส่าห์หลงภาคภูมิใจในรักแรกที่ปิ๊งกันตั้งแต่ยังวันวัยกระเตาะบ่มเพาะความรักจนสุกงอม
พร้อมงานแต่งอลังการ ปรากฏว่า ความจริงอีกด้านคืออีตาเบื้อกนี้เสี่ยงต่อการมีหลายบ้านในอนาคตหรอกรึนี่ ?
ว่ากันว่าถ้าไม่ปะทุตอนวัยกลางช่วงมิดไลฟ์ไครสิส ก็จะปะทุอีกทีตอนวัยปลายหลังเกษียณอีกต่างหาก
โธ่ โธ่ โธ่ ขอ โธ่ อีกสักสิบทีเถอะน่า
แต่สาวๆ สมัยนี้ก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ ไม่เกี่ยงแล้วว่าจะอยู่ในฐานะไหน "หลวง" หรือ "น้อย"
ขอเพียงพี่ให้ได้ในสิ่งที่หนูต้องการ ถ้าตกลงกันไม่ได้ ค่อยเป็นคดีความฟ้องร้องกันอีกที
ตอนที่พี่ไม่อยู่แล้ว 55555..
ยังเป็นมุขที่เพื่อนสาวโสดใช้อำกันเล่นเสมอว่า ที่ยังอยู่เดียวเปลี่ยวดายเพราะรอหวานใจ
ที่เป็นตาแก่ใกล้ตาย กระเป๋าตังค์หนาๆ มาเคียงคู่อยู่น่ะ
จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยร่วมเสวนวงเล็กอย่างไม่เป็นทางการกับเสี่ยสองบ้านผู้กลับใจ
ได้ฟังคำสารภาพที่ดูเหมือนจะตกทางความคิดแล้วว่า ทุกครั้งที่หนุ่มใหญ่มองภาคสะท้อนจากกระจกเงา
ก็รู้ได้ว่าจะมีใครที่ไหนจริงใจกับเราเท่ากับ 'บ้านใหญ่' เป็นไม่มี พวกหน้าใหม่ที่เข้ามามักจะจริงใจ
กับกระเป๋าตังค์เสียมากกว่า แต่ก็ยอมรับว่าช่วงหน้ามืดตามัวนั้นช้างก็ฉุดไม่อยู่จริงๆ ด้วย
หัวใจมันร่ำร้องถึงน้องหนูบ้านเล็กอยู่ร่ำไป
ฟังแล้วก็ยังเบาใจแทนผู้หญิงบ้านใหญ่ทั้งหลาย ที่โบราณว่าเสน่ห์น้ำพริกถ้วยเก่านั้น
เข้มข้นกว่าเป็นเรื่องจริงแฮะ
แต่คล้อยหลังจากนั้นไม่นาน เศรษฐีวัยกลางคนก็ตาปรอย
ใจอ่อนยวบลงอย่างเห็นได้ชัดกับหญิงสาวน่ารักๆ ที่รายล้อม ถึงพวกเขาจะมาเกี่ยวเนื่องกัน
ด้วยเรื่องงานก็เถอะเกินเลยไปกว่านั้นได้ยากด้วยเงื่อนไขหลายประการ
แต่เรื่องของเรื่องคือยัยบ้าคนนี้ดันสัมผัสได้ถึงแรงต้านความเย้ายวน ที่แผ่วบางแทบขาดใจ
อันอบอวลอยู่ในบรรยากาศตรงหน้านั้นน่ะซี
เฮ้อ!! เจ้ากรรมจริ๊ง
ปล. ขอขอบคุณถึงมิตรรักแฟนเพลงหลายรายที่อุตส่าห์ถามไถ่ทั้งแบบออนไลน์
และปากเปล่ามาถึง E Magazine ได้โปรดอดใจรออีกสักนิดเถอะนะ กำลังรวบรวมสตังค์
เป็นค่าพิมพ์อยู่ฮ่ะ..(มุขนะคะอย่าซีเรียส) ครั้นจะไปเป็นบ้านเล็กของใครก็ขายไม่ออกเสียด้วย
รัถยา ทองคงเย่า
|