มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

เงื่อนไขแห่งหัวใจ ข้อตกลงทวิภาคี ก่อนใช้ชีวิตคู่


ชายผู้รู้จักตัวเองเป็นอย่างดี ยอมรับว่า…ผมทนไม่ได้แน่ๆ แค่คิดก็ทนไม่ได้แล้ว ที่จะต้องตื่นขึ้นมาแล้วเห็นแต่ใบหน้าเดิมๆ รอยยิ้มเดิมๆ ของผู้หญิงคนเดิมทุกวันๆ วันแล้ววันเล่าจนตลอดชีวิต ผมขออยู่คนเดียวเป็นโสดดีกว่าที่จะมีชีวิตเช่นนั้น อีกอย่างผมไม่อยากทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องเสียใจ หากผมเริ่มเบื่อเธอขึ้นมา

หญิงสาวผู้รู้จักนิสัยของตนเองเป็นอย่างดี เธอขอปฏิเสธที่จะกล่าวคำปฏิญาณตามผู้ประกอบพิธีในประโยคที่ว่า "เธอจะเคารพและเชื่อฟังสามี" เธอยอมรับว่าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะเธอมีนิสัยเชื่อมั่นในตนเองสูง และมักเอาแต่ใจตนเอง เธอหย่ามาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งยังคงเหลือร่องรอยแห่งความบาดเจ็บไว้ การแต่งงานครั้งใหม่นี้เธอจึงยอมรับว่าทำได้ก็เพียงแต่รักและให้เกียรติสามี ซึ่งเขาต้องเข้าใจ และเป็นการบอกให้เขาเตรียมพร้อมว่าจะต้องพบกับสิ่งใดในอนาคต

จากตัวอย่างทั้งสอง มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือ ทั้งสองคนกล้าที่จะยอมรับว่าตนเองมีนิสัยบางประการ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตคู่ ตัวอย่างแรกชายคนนี้ยอมรับว่าเขาเป็นคนที่เบื่อง่าย ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ เขาจึงตัดสินใจอยู่เป็นโสดตลอดชีวิต เพราะรู้ว่าหากเขาแต่งงาน เท่ากับเป็นการทำลายชีวิตคู่อย่างแน่นอน ส่วนตัวอย่างที่สอง ประสบการณ์จากการแต่งงานในครั้งแรก ทำให้เธอเรียนรู้ว่า ลักษณะนิสัยของเธอบางประการทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตคู่ต่อไปได้ ดังนั้นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น ในการแต่งงานครั้งต่อไป เธอจึงต้องให้คู่สมรสใหม่ของเธอรู้ในข้อบกพร่องนี้ เพื่อให้เขาทำใจยอมรับล่วงหน้าว่าจะต้องเผชิญสิ่งใดที่ทำให้ชีวิตคู่ไม่มีความสุข

ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างของคนจำนวนน้อยที่ " รู้จักตนเอง " และ " ยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง " ก่อนตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่หรืออยู่เป็นโสด ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง ยังมีคนอีกจำนวนมาก หลังจากแต่งงานแล้วจึงค่อยรู้ว่าอุปสรรคที่สามารถทำลายชีวิตคู่ได้นั้นมีอะไรบ้าง ส่งผลให้ชีวิตคู่ดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่น ขาดความสุข เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง และบางคู่อาจจบลงด้วยการหย่าร้าง

ชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคนที่ตกลงใจเดินร่วมทางกัน ทั้งนี้ เส้นทางชีวิตจะดำเนินไปอย่างมีความสุข ดังใจปรารถนาหรือไม่นั้น ไม่สามารถพิจารณาเพียงคำกล่าวที่ว่า คนที่เราเลือกนั้นจะยินดีร่วมทางตลอดชีวิตกับเรา หรือเพียงคำยืนยันของเราว่า เรายินดีจะร่วมชีวิตกับเขาตลอดไป เพราะไม่เพียงพอที่จะเป็นเครื่องมือยืนยัน สัมพันธภาพชีวิตคู่ว่าจะยั่งยืนหรือไม่ สิ่งที่ต้องมีมากกว่า "ความยินดี" ของทั้งสองฝ่ายนั่นคือ การยอมรับเงื่อนไขสำคัญที่เปรียบเสมือนเป็น หัวใจ ของชีวิตคู่ ได้แก่คำตอบของแบบสอบถามด้านข้างนี้
1. คุณจะซื่อสัตย์ต่อคู่สมรสตลอดชีวิตได้หรือไม่ ?
ก.ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่มั่นใจ

2. คุณจะให้เกียรติคู่สมรสตลอดชีวิตได้หรือไม่ ?

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่มั่นใจ

3. คุณจะทำบทบาทหน้าที่ในฐานะสามี (หรือภรรยา) อย่างดีที่สุดตลอดชีวิตได้หรือไม่ ?

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่มั่นใจ

4. คุณจะปรับความเข้าใจและให้อภัยทุกครั้งเมื่อเกิดความขัดแย้งได้หรือไม่ ?

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่มั่นใจ

5. คุณจะทำให้อีกฝ่ายมั่นใจในความรักที่คุณมีต่อเขาตลอดไปได้หรือไม่ ?

ก. ได้
ข. ไม่ได้
ค. ไม่มั่นใจ

ถ้าทั้งเราและคู่สมรสของเราตอบว่า " ได้" ทุกข้อ ย่อมเป็นเหมือน " ข้อตกลงทวิภาคี " ของทั้งสามีภรรยาที่ยินดีจะกระทำเช่นนั้นระหว่างกัน อันเป็นการตอกย้ำความมั่นใจว่าเส้นทางความรักนั้น มีแนวโน้มจะยั่งยืน แต่หากตอบสองข้อหลัง ชีวิตคู่ของคุณย่อมมีความเสี่ยงเข้ามาผสมผสานอยู่ด้วย อาจจะสามารถประคับประคองฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ หรืออาจเป็นชนวนที่ทำให้ต้องแยกกันคนละทาง ได้ลองมาพิจารณาในแต่ละเรื่อง


  • ความซื่อสัตว์ตลอดชีวิต
ความซื่อสัตย์นับเป็นหัวใจของชีวิตคู่ ความซื่อสัตย์จำเป็นต้องได้รับการให้คุณค่าไว้สูง เช่นเดียวกับความรักที่มีต่อกัน และอาจจะมากกว่าในบางครั้ง เพราะตามปกติความรักในชีวิตคู่มักจะจืดจางลง ไปตามเวลา แต่ความซื่อสัตย์ในความรักระหว่างกันจำเป็นต้องคงอยู่เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกันไว้ มิฉะนั้นความสัมพันธ์ย่อมหักสะบั้นลง เพราะอีกฝ่ายหนึ่งหมดความรักผูกพันอีกฝ่ายหนึ่งย่อมเจ็บปวด

ความซื่อสัตย์ต่อกันเป็นเรื่องสำคัญมาก และเป็นคำถามสำคัญที่เราต้องถามใจตนเอง และถามคนที่เราจะแต่งงานด้วย หญิงสาวคนหนึ่งได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว แม้ว่าเธอจะมีความรักให้กับคู่รักมากเพียงใดก็ตาม เธอกล่าวว่า "ถ้าคุณซื่อสัตย์ต่อฉันตลอดชีวิตไม่ได้ ฉันเลือกที่จะแยกทางกับคุณในเวลานี้ ซึ่งถ้าคุณเลือกที่จะทิ้งฉันไป ฉันก็จะเจ็บปวดมาก และฉันไม่ต้องการเป็นเช่นนั้น" ดังนั้น ถ้าเราวัดใจตนเองแล้วเราไม่สามารถซื่อสัตย์กับคู่สมรสได้ตลอดชีวิต หรือไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือไม่ หรือคู่ของเราก็คิดเช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าอนาคตชีวิตรัก มีความเสี่ยงสูงที่อาจจะต้องแยกทางกัน
  • การให้เกียรติกันและกันตลอดชีวิต
มนุษย์ทุกคนต่างปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าและเห็นความสำคัญ ไม่มีใครชอบที่จะอยู่บนความหยาบคาย การถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม การประชดประชัน การควบคุมบังคับจำกัดเสรีภาพ และการไม่ให้เกียรติกันในลักษณะอื่นๆ ในชีวิตรักก็เช่นกัน คู่รักย่อมปรารถนาให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็นคุณค่า ให้เกียรติกันและกันเสมอ การให้เกียรติกันจะนำมาซึ่งความมั่นคงทางอารมณ์ และจิตใจอีกทั้งนำมาซึ่งความซื่อสัตย์และความเกรงใจต่อกัน เป็นความรู้สึกไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องถูกทำร้ายเพราะตัวเรา ดังนั้นหากเราต้องการมีชีวิตคู่ที่ยั่งยืน จึงจำเป็นต้องรู้จักให้เกียรติกันและกันด้วยใจจริงเสมอ
  • การทำหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจตลอดชีวิต
ความพอใจในฐานะที่ได้เป็นสามีภรรยา เป็นพ่อแม่ และการที่ได้ทำตามบทบาทหน้าที่ ด้วยความภาคภูมิใจตลอดชีวิต จะทำให้การดำเนินชีวิตคู่ดำรงอยู่อย่างมีความสุข ซึ่งน่าเสียดายในปัจจุบันคู่สมรสจำนวนไม่น้อย ไม่พอใจในบทบาทของตน เช่น หญิงที่เป็นภรรยาเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเพราะสามีให้เป็นเพียงแม่บ้าน รู้สึกอิจฉาสามีที่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน พบปะผู้คน หรือสามีเบื่อหน่ายที่จะต้องทำหน้าที่พ่อบ้าน อยากทำตัวสนุกสนานเหมือนในวัยที่เป็นโสดบ้าง รู้สึกว่าตนเองต้องแบกภาระหนัก ความไม่ภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองเช่นนี้ ย่อมนำมาซึ่งความรู้สึกไม่มีความสุข ความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องทำสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด ความรู้สึกไม่พอใจนี้ย่อมกระทบถึงสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ทั้งบ้านพลอยไม่มีความสุขไปด้วย ดังนั้นก่อนที่เราจะตัดสินใจเปลี่ยนสถานภาพ เราจำเป็นที่จะต้องยอมรับและปฏิบัติตนในหน้าที่ที่ได้รับด้วยความภาคภูมิใจ มิฉะนั้นครอบครัวของเราอาจจะคลอนแคลนได้
  • ปรับความเข้าใจและให้อภัยได้ทุกครั้ง
การขัดแย้งเกิดขึ้นได้กับทุกคู่สมรส นับเป็นเรื่องปกติ แต่ความแตกต่างระหว่างครอบครัวที่มั่นคง กับครอบครัวที่คลอนแคลนนั้น อยู่ที่ความขัดแย้งนั้นส่งผลให้เกิดอะไร ครอบครัวที่มั่นคงจะใช้วิธีการจัดการ ความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ด้วยการพูดคุยปรับความเข้าใจและพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ ความขัดแย้งจึงจบลงด้วยความเข้าใจกันและกันมากยิ่งขึ้น เกิดความรักที่เพิ่มทวีขึ้น สัมพันธภาพระหว่างกันที่ลึกซึ้งมากขึ้น และการเคารพให้เกียรติอีกฝ่ายมากขึ้น แต่ในชีวิตคู่ที่ไม่มั่นคงความขัดแย้งจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้น การสะสมความปวดร้าวที่คุกรุ่นพร้อมระเบิดได้ตลอดเวลา ความรู้สึกไม่พอใจฝ่ายตรงข้าม จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อการวิวาทเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ความอดทนได้สิ้นสุดลง และชีวิตคู่ได้จบลงด้วยความรุนแรง ซึ่งหากเราไม่ต้องการให้ชีวิตคู่ของเราต้องจบลงในสภาพเช่นนี้ การรับปากว่าจะปรับความเข้าใจ และให้อภัยกันเสมอย่อมดีกว่าคำตอบอื่นๆ
  • สร้างความมั่นใจให้กับคู่สมรสตลอดชีวิต
การที่สามีภรรยาไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง ความไว้วางใจ และความมั่นใจในความรัก ที่อีกฝ่ายหนึ่งมีต่อเราอาจจะลดลงไป เมื่อแต่งงานไปได้ระยะหนึ่งทั้งคู่อาจรู้สึกเคยชินต่อวิถีชีวิตประจำวันของกันและกัน ถ้าหากวันใดอีกฝ่ายหนึ่งเห็นความผิดปกติของอีกฝ่ายหนึ่ง แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจนำมาซึ่งความกลัว ความหวาดระแวง ความวิตกกังวลว่าอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะไม่ซื่อสัตย์เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงทางใจได้ และนำมาซึ่งความขัดแย้งในครอบครัวได้ง่าย ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะไม่พึงประสงค์เช่นนี้ในครอบครัว ทั้งสองฝ่ายควรย้ำความมั่นใจในความรัก และความผูกพันระหว่างกันเสมอทั้งทางคำพูดและการกระทำ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีอาการน้อยเนื้อต่ำใจ ขาดความนับถือตนเอง เช่น หากฝ่ายหนึ่งต้องตกงาน เจ็บป่วยทำงานไม่ได้ หรือล้มเหลวในบางสิ่งบางอย่าง เรายิ่งต้องไปทำให้เขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า อีกฝ่ายหนึ่งควรไปย้ำให้เห็นว่าคู่สมรสเป็นบุคคลที่มีคุณค่าต่อเราและครอบครัว เป็นเรื่องที่ดีงาม และน่าภาคภูมิใจที่สุดหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกับเขา ดังนั้นหากเราสามารถทำเช่นนี้ได้ทั้งคำพูด และการกระทำ ย่อมช่วยให้สัมพันธภาพที่มีต่อกันราบรื่นมั่นคง และดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขตลอดชีวิต

หากทั้งสองฝ่ายรู้ว่ามีเงื่อนไขใดบ้างในภาคปฏิบัติที่ต้องกระทำเพื่อให้ชีวิตรักมั่นคงและยั่งยืนนาน และตอบคำถามเหล่านี้ด้วยตนเองก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ จะช่วยให้เกิดการฉุกคิด เกี่ยวกับอนาคตชีวิตสมรสว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด ถ้ามั่นใจว่าสามารถทำได้ทุกข้อ หรือมีความตั้งใจจะทำให้ได้ทุกข้อ คนสองคนย่อมร่วมมือกันประคับประคองชีวิตสมรส ให้ฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการที่พร้อมจะเกิดขึ้นแล้วได้อย่างมีความสุข


(update 9 มีนาคม 2002)
[ ที่มา... นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 24 ฉบับที่ 350 เมษายน 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600