มีคุณผู้หญิงหลายท่านมาหาหมอ ด้วยเรื่องคลำก้อนได้ที่ท้องน้อย บางคนก็มีอาการปวดถ่วง
บางคนก็ไม่มีอาการอะไรเลย แต่ทุกคนมีความรู้สึกร่วมกัน คือ กลัวว่าจะเป็นมะเร็ง! จึงมาให้หมอตรวจดู
ก้อนที่ท้องน้อยของคุณผู้หญิงเป็นอะไรได้บ้าง ?
ก้อนที่ท้องน้อย แบ่งได้ง่ายๆ เป็นสองอย่างค่ะ คือ ก้อนที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ภายในสตรี
กับก้อนที่เกี่ยวข้องกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ภายในสตรี
ขอคุยกับคุณผู้หญิงเรื่อง ก้อนที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ภายในสตรีก่อนนะคะ
ถ้าไล่จากผนังหน้าท้องเข้าไปหาในช่องท้อง ก้อนที่ท้องน้อยสามารถเป็นไปได้ตั้งแต่เนื้องอกของกล้ามเนื้อ
ลมในช่องท้อง เนื้องอกของลำไส้ใหญ่ เนื้องอกของลำไส้เล็ก และไตที่หย่อนลงมาจนถึงท้องน้อย
คุณมาลี
คุณมาลีอายุ 35 ปี มีลูกหนึ่งคนอายุ 3 ขวบ มาหาหมอเพราะคลำก้อนที่ท้องน้อยได้
เธออธิบายว่าก้อนนี้วิ่งขึ้นลงได้ บางครั้งมีอาการแน่น จุกเสียดท้องร่วมด้วย เป็นเช่นนี้มาได้หกเดือนแล้ว
" แล้วคุณมาลี ไปตรวจรักษาอย่างไรบ้างแล้วคะ" หมอถาม
" ไปหาหลายหมอแล้วค่ะ หมอคลำท้องดูก็ว่าไม่มีก้อนอะไร ส่วนใหญ่ก็บอกว่าเป็นลมในท้อง
ให้ยาโรคกระเพาะอาหารมากิน ก็ไม่ดีขึ้น" เธอเล่า
" แล้วมีอาการอื่นๆ ไหมคะ เช่น ท้องผูกหรือท้องเสีย น้ำหนักลด ถ่ายเป็นมูกเป็นเลือด" หมอถาม เพื่อหาสาเหตุคร่าวๆ
" ไม่มีค่ะ" คุณมาลีตอบ
" แล้วที่บ้านคุณมาลี คุณมาลีมีญาติๆ ที่เป็นโรคมะเร็งไหมคะ"
" มีค่ะ แม่ฉันเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในตับ พ่อฉันเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
พี่ชายอีกคนก็เป็นโรคเดียวกันกับพ่อ กำลังรักษาตัวอยู่" คุณมาลีบอก
คุณผู้อ่านที่เคารพรัก
การที่หมอจะตรวจหาว่า อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้น มาจากสาเหตุอะไร
ก็ต้องมีร่องรอยให้หมอสืบค้นเหมือนกับเป็นนักสืบนะคะ
โรคมะเร็งหลายอย่างเป็นโรคทางพันธุกรรม เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งรังไข่
มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ถ้าพ่อแม่พี่น้องเป็น ระวังเราจะเป็นด้วย และการจะป่วยเป็นโรคอะไรของอวัยวะไหน
มักจะมีอาการที่สัมพันธ์กับการทำงานของอวัยวะนั้นๆ เช่น
ถ้าเกี่ยวกับลำไส้ ก็มักจะมีอาการท้องอืด แน่นท้อง ท้องผูก ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกเลือด
ถ้าเกี่ยวกับมดลูก รังไข่ ก็มักจะมีอาการผิดปกติของประจำเดือน
ถ้าเกี่ยวกับไตอาจจะปวดถ่วงเล็กน้อย บางคนมีอาการปัสสาวะบ่อยร่วมด้วย
.
ฟังคุณมาลีเล่าจบ หมอเสนอว่า " คุณมาลี ตรวจภายในดูหน่อยดีไหมคะ"
คุณมาลีตอบตกลงทันที เพราะเธออยากรู้ว่าตนเป็นโรคอะไร จะได้รักษาให้ถูกวิธี
เนื่องด้วยรู้สึกทรมานทรกรรมมานาน
ผลของการตรวจภายใน พบว่ามีก้อนขนาด 5 เซนติเมตรอยู่ด้านหลังมดลูก หมอจึงแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวนด์
ผลการตรวจทางอัลตราซาวนด์ พบว่าเป็นก้อนที่มีของเหลวบรรจุภายใน สงสัยว่าเป็นลำไส้ หมอจึงส่งคุณมาลี ตรวจเพิ่มเติม
โดยการสวนแป้งเข้าไปทางทวารหนัก และเอกซเรย์ (Barium enema) ผลการตรวจเอกซเรย์พบว่า
ก้อนดังกล่าวเป็นเนื้องอกของลำไส้ใหญ่
คุณมาลีได้รับการรักษาคือ ผ่าตัดเอาเนื้องอกและลำไส้ใหญ่ออกไป และส่งชิ้นเนื้องอกตรวจทางพยาธิวิทยา
ผลเนื้อยืนยันว่า เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
หลังผ่าตัด คุณมาลีได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด ติดต่อกันนานหนึ่งปี ปัจจุบันคุณมาลีแข็งแรงและสุขสบายดี
เธอหายจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มา 15 ปีแล้ว
คำแนะนำ : คุณผู้หญิงทุกท่าน ไม่ว่าจะเคยมีบุตรหรือไม่ แต่งงานหรือเป็นโสด
ควรจะหัดคลำท้องน้อยตนเอง และเมื่อไหร่ที่คลำพบก้อนที่ท้องน้อย ให้ถือว่าเป็นก้อนที่ผิดปกติไว้ก่อน
ช่วงเวลาที่คลำหาก้อนที่ท้องน้อย ให้คลำตอนตื่นนอนยามเช้า โดยไม่ต้องไปปัสสาวะทิ้งก่อน
การที่มีปัสสาวะคั่งในกระเพาะปัสสาวะ จะช่วยดันให้อวัยวะภายในที่มีความผิดปกติ ลอยเด่นขึ้นมาคลำได้ง่ายขึ้น
วิธีคลำ : ใช้นิ้วค่อยๆ ไล่กด ตั้งแต่เหนือหัวหน่าวจนถึงท้องน้อยด้านข้าง ทั้งสองด้าน
ถ้าไม่พบความผิดปกติ ลองกดแบบเด้งมือ ถ้ามีก้อนผิดปกติ จะรู้สึกมีก้อนแข็งๆ ลอยมากระทบมือ
สรุป : เมื่อคลำพบก้อนที่ท้องน้อย หรือรู้สึกว่าท้องน้อยโตขึ้น อืดขึ้น
ห้ามคิดว่านี่คืออาการปกติ สิ่งที่ควรคือ ให้ไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด
สำหรับก้อนที่ท้องน้อยที่เกี่ยวข้องกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ภายในสตรีอาจมีสาเหตุจากโรคต่างๆ
พบมากไปหาน้อยดังนี้
ตั้งครรภ์ เนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่ ถุงน้ำของท่อมดลูก
ถุงหนองของรังไข่ ถุงหนองของมดลูก ฯลฯ
น้องออย
น้องออยอายุเพียง 13 ปี คุณแม่พามาหาหมอด้วยอาการท้องอืดและดูอ้วน เมื่อถามถึงเรื่องประจำเดือน
น้องออยบอกจำไม่ได้ เพราะปกติประจำเดือนก็มาบ้างไม่มาบ้าง
แม่น้องออยเป็นอาจารย์ สอนโรงเรียนเดียวกับน้องออย และยืนยันหนักแน่นว่าลูกสาวไม่เคยมีเพศสัมพันธ์
และออกจะโกรธหมอด้วยเมื่อหมอถามถึงเรื่องประจำเดือน
" น้องออย เป็นลูกสาวคนเดียว เรียนเก่ง อยู่ในโอวาทมาตลอด คบเพื่อนก็คบเพื่อนดีๆ
อยู่ในสายตามาตลอด" คุณแม่บอกอย่างโกรธๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อหมอคลำท้องน้องออยพบก้อนที่ท้องน้อยขนาดโตจนเลยระดับสะดือ
และแนะนำให้น้องออยตรวจเพิ่มเติมโดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ คุณแม่ก็ยินยอมโดยดี
ผลก็เป็นอย่างที่คาดคิด คือน้องออยตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนเศษ
แม้ตรวจพบอย่างนั้น น้องออยก็ยังยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับชายคนใด
.
คุณผู้อ่านคะ
อย่าโกรธหมอเลย ถ้าหมอจะถามเกี่ยวกับเรื่องประจำเดือน
และสงสัยว่าอาจจะเป็นการตั้งครรภ์
เมื่อคลำก้อนที่ท้องน้อยได้
เพราะหมอส่วนใหญ่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้บ่อยมาก
และเจอคนไข้ลักษณะเดียวกับน้องออยบ่อยมากเช่นกันค่ะ
คำแนะนำ : สำหรับคุณผู้หญิงที่อยากมีบุตร เมื่อไหร่ที่ประจำเดือนขาด
ควรจะตรวจปัสสาวะทันที ว่าตั้งครรภ์หรือไม่ เพราะการตรวจหาการตั้งครรภ์ ตั้งแต่เนิ่นๆ
จะบอกอายุครรภ์ได้ว่าท้องกี่เดือน
สำหรับคุณผู้หญิงที่ไม่ต้องการมีลูก ควรจะไปหาหมอทันที เมื่อสงสัยว่าจะพลาดในการคุมกำเนิด
แม้พลาดสามวันล่วงมาแล้ว ก็ยังสามารถคุมกำเนิดได้ทันค่ะ แต่ถ้ารอจนถึงขั้นประจำเดือนไม่มา
และหรือคลำก้อนได้ที่ท้องน้อย ทางออกมีทางเดียวคือการทำแท้งซึ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม
ทั้งเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งกายและใจของคุณผู้หญิงค่ะ
สรุป : ในสตรีสาว และมีอาการขาดประจำเดือน เมื่อมีก้อนที่ท้องน้อย
สิ่งที่ต้องคิดถึงอันดับหนึ่งคือ
เป็นก้อนมดลูกที่โตขึ้นจากการตั้งครรภ์ค่ะ
(update 17 ตุลาคม 2003)
[ ที่มา..หนังสือ
นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 7 สิงหาคม 2546 ]
|