ทำไมต้อง นอกใจ


”...เมียน้อย คือผู้หญิงที่ดีที่สุดของผู้ชาย ที่เพิ่งมาค้นพบทีหลัง”

เป็นคำกล่าวของเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่ง ซึ่งผมกำลังลุ้นอยู่ว่าในอนาคตเขาอาจเสียชีวิตจากเมียหลวง ผู้ที่เขาให้ความหมายว่า ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยดีมาก่อน แต่กาลเวลาได้กัดกร่อนความดีงามของเธอจนหมดสิ้น ความเลวร้ายของผู้ชายก็ฉายแววออกมาไม่น้อย

ถ้าเจอกรณีคู่สมรสประเภท “หญิงก็ร้าย-ชายก็เลว” ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจำยอมหรือยับยั้งชั่งใจได้มากกว่า ในขณะที่ฝ่ายชายมีทางออกได้เยอะ เรื่องสามีนอกใจภรรยาจึงพบบ่อยกว่าอีกฝ่าย ถ้อยคำ “นอกใจ” จะถูกแทนที่ด้วยคำว่า “คบชู้” ซึ่งรุนแรงกว่าหลายเท่า


  • หญิงกับชาย : คิดและรู้สึกไม่เหมือนกัน

จิตใจผู้ชายกับผู้หญิงนี่ไม่เหมือนกันจริงๆ ครับ หนังสือที่พูดถึงจิตวิทยาความแตกต่างระหว่างชายหญิงชื่อดังสองเล่ม ได้แก่ Men are from Mars, women are from Venus โดยนักจิตวิทยาชื่อ John Grey กับอีกเล่มที่ตีพิมพ์เมื่อ 4 ปีก่อน (1999) ชื่อ Why men don't listen & women can't read maps โดยสองสามีภรรยา Allan & Barbara Pease ที่ต่างก็ยืนยันความแตกต่างนั้นไม่ได้เป็นผลจากการเลี้ยงดู แต่เป็นเพราะมันถูกกำหนดมาแล้วในเลือดเนื้อและชีวิต


  • หญิงกับชาย : อารมณ์ความรู้สึกไม่เหมือนกัน

ยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงให้ชัดๆ จากการทำงานเป็นจิตแพทย์ผู้ให้การปรึกษาเรื่องชีวิตคู่ ผมพบว่า 80% ของผู้ชายมักมีปัญหาข้อคำถามเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์และส่วนใหญ่ของผู้หญิงก็เป็นทุกข์เพราะความรัก

ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะฮอร์โมนเพศหญิง (estrogen) เป็นฮอร์โมนแห่งความรัก ความเสน่หา ส่วนฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) เป็นฮอร์โมนแห่งความต้องการทางเพศและความก้าวร้าว

ในขณะที่ผู้ชายมีฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) สูงกว่าผู้หญิงถึง 10-20 เท่า และศูนย์กระตุ้นทางเพศ (sexcenter) ในสมองส่วน hypothalamus ของผู้ชายก็มีขนาดใหญ่กว่าเพศตรงข้ามอีกด้วย ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมผู้ชายถึง “บ้าเซ็กซ์” มากกว่าผู้หญิง นี่พูดถึงคนส่วนใหญ่นะครับ ส่วนน้อยอาจมีบ้างที่กลับกัน

ฮอร์โมนเพศหญิงมีสองชนิดคือ estrogen และ progesterone ขึ้นๆ ลงๆ สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงเยื่อบุผนังมดลูกตามรอบเดือน แต่เราเพิ่งเข้าใจกันมาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง ว่ามันส่งผลต่อจิตใจทำให้ผู้หญิงมีบทบาทเป็นแม่ บังเกิดความรู้สึกอยากเลี้ยงดู และให้อาหารแก่บุตร Progesterone เป็นฮอร์โมนแห่งความเป็นแม่

นอกจากฮอร์โมนแห่งความรักแล้ว ธรรมชาติยังซ้ำเติมผู้หญิงด้วย oxytocin เป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพัน (emotional attachment) ซึ่งมีผลต่อร่างกาย ทำให้มดลูกบีบตัว จะหลั่งออกมา 3 กรณี
1. ขณะคลอดลูก มดลูกบีบตัว และรู้สึกผูกพันกับเด็กที่คลอดออกมา
2. ขณะให้นมลูก น้ำนมที่ไหลรินกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเกิดความผูกพันกับลูกน้อยในอ้อมแขน
3. ขณะมีเพศสัมพันธ์ มดลูกบีบตัว พร้อมความรู้สึกผูกพันกับชายหนุ่มในอ้อมขา!!
ผู้หญิงมี oxytocin เยอะ ในขณะที่ผู้ชายมีน้อย รู้เหตุผลหรือยังครับว่าทำไมผู้หญิงรักเดียวใจเดียว แต่ผู้ชายหลายใจ เพราะฉะนั้นผู้ชายขาด “ภูมิต้านทานการนอกใจ” เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

บางคนกำลังมีความคิดว่าน่าจะมีโรงงานสังเคราะห์ oxytocin ผลิตออกมาเป็นวิตามินบำรุงความรักความผูกพัน ให้สามีกินประจำเช้าและก่อนนอน เพิ่มพูนความต้านทาน ลดอาการอยากนอกใจคู่ชีวิต


ทำไมสามีจึงนอกใจ ผมเรียบเรียงดูว่ามีกรณีไหนบางในประสบการณ์จริงที่เคยเจอ นอกเหนือจากที่อ่านจากตำรา ซึ่งว่ากันตามทฤษฎี


  • อดอยากปากแห้งในเรื่องเซ็กซ์

จำจดหมายที่ผมเคยลงในฉบับก่อนได้มั้ยครับ (เรื่องเซ็กซ์ในแนวนอน) จม.ฉบับนี้มีอีกแง่มุมที่น่าสนใจ ในประเด็นที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ครับ ผมขออนุญาตยกมาเป็นตัวอย่างอีกสักครั้งนะครับ

'ผมรู้จักกับแฟนโดยการสนับสนุนของผู้ใหญ่สองฝ่าย เธอเป็นผู้หญิงสวยน่ารัก มารยาทดี ผมจึงแต่งงานกับเธอ โดยไม่คิดว่าการเป็นกุลสตรีของเธอจะก่อปัญหา เธอเห็นว่าการร่วมเพศก็เพื่อมีลูกเท่านั้น

ผมมีความต้องการสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แฟนก็ว่าผมหมกมุ่นเรื่องนี้มากไป เราประนีประนอมกันว่าจะร่วมรักกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เธอก็หาเรื่องบ่ายเบี่ยงตลอด ผมซื้อหนังสือเพศศึกษาให้เธอ เธอก็ไม่ยอมอ่าน นัดไปพบแพทย์เพื่อปรึกษา เธอก็ว่าผมบ้าที่เอาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้คนอื่นฟัง

ผมขอไปเที่ยวหญิงบริการจะได้ไม่กวนเธอ เธอก็บอกว่ายอมไม่ได้ จับได้จะขอหย่า หลังๆ ถึงขนาดทะเลาะกัน เธอบอกว่าเธอเป็นแม่บ้านที่ดีทุกอย่าง แต่ขอว่าไม่ร่วมรักได้ไหม แล้วเธอจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะผมมีความต้องการทางเพศ และไม่คิดว่าตัวเองหมกมุ่นหรือผิดปกติด้วย ผมทำให้เธอมีความสุขเรื่องนี้ได้ยากเพราะเธอไม่ร่วมมือ

เวลาทำก็เร่งผมให้เสร็จเร็วๆ เวลาอื่นผมกอดเธอจูบเธอ เธอจะอารมณ์เสียเพราะคิดว่าผมกำลังจะขอร่วมเพศ ผมอยากขอคำปรึกษาครับจากใครก็ได้ ผมไม่อยากหย่าภรรยาทั้งๆ ที่เธอดีแต่มีปัญหาเรื่องเซ็กซ์เรื่องเดียว... อย่าแนะนำให้ผมอดทนนะครับ เพราะมันไม่แก้ปัญหา'

นี่เป็นกรณีสุดโต่งที่ฝ่ายหญิงเป็น “โรครังเกียจการมีเพศสัมพันธ์” (Sexual Aversion Disorder) ซึ่งถือเป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง อันเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูหรือประสบการณ์ในวัยเด็ก ทำให้มีทัศนคติทางลบอย่างรุนแรงต่อเรื่องเพศ

ผมว่ารายนี้ ถ้าภรรยาไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อบำบัดรักษาโรคที่ตัวเองเป็น ชีวิตคู่คงสิ้นสุดด้วยการแยกทางกันหรือไม่แล้วก็ต้องมีมือที่สามเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด สามีต้องหาทางออกที่นอกบ้าน

ผมได้รับการปรึกษาจากผู้หญิงไม่น้อยที่สามีปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ จนทำให้ฝ่ายหญิงแปลกใจและอึดอัด เหมือนชีวิตคู่ขาดอะไรบางอย่างแต่ที่คิดถึงกับจะนอกใจนอกกายคู่สมรส กลับมีไม่มากเมื่อเทียบกับกรณีเดียวกันที่เกิดกับฝ่ายชาย

ก็บอกแล้วว่า ฮอร์โมนเพศชายเป็นฮอร์โมนแห่งเซ็กซ์ ผู้หญิงส่วนใหญ่ทนเรื่องขาดเซ็กซ์ได้ดีกว่าผู้ชาย


  • ขอมีของหวานเสริมสักหน่อย

น่าจะเป็นประเด็นที่พบบ่อยที่สุดอย่างที่เคยพูดเคยเขียนอยู่หลายครั้งว่าแนวคิดของเพศชาย คือ “เซ็กซ์ในบ้าน อิ่มแต่ไม่อร่อย – เซ็กซ์นอกบ้าน อร่อยแต่ไม่อิ่ม” ภรรยาไม่มีความบกพร่องใดๆ การปรนนิบัติไม่เคยขาด การสนองเรื่องเพศไม่มีที่ติ ไม่เคยอดอยากปากแห้ง แต่ผู้ชายก็ยังรู้สึกไม่พอ ต้องขออาหารเสริมจากภายนอก

การแก้ไขป้องกันต้องเป็นการสื่อสารทางบวกด้วยภาษาคำพูดและภาษากายที่จะพัฒนาหรือ upgrade ความรักจากเสน่หาเมื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ มาเป็นเมตตาต่อกันทำสติ๊กเกอร์แปะไว้ในห้องน้ำ “สามีมีเมตตา – ภรรยาไม่ช้ำใจ”

ความเมตตาเป็นวัคซีนที่สำคัญ ป้องกันการนอกใจ ช่วยให้สามียับยั้งชั่งใจต่อกิจกรรม “เกมซ่อนเนื้อ” กับหญิงอื่น

ภรรยาต้องยืนยันหนักแน่นเสมอว่า การนอกใจเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และหากมีสิ่งใดที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ ต้องช่วยกันสร้างสรรค์... “เปลี่ยนที่ก็ยังพอทน แต่ถ้าเปลี่ยนคนก็พอกันที”

บรรยากาศในบ้านต้องอบอุ่นและเป็นสุข ภรรยาต้องเป็นคนที่สามีอยู่ใกล้แล้วจิตใจเป็นสุข เพราะธรรมชาติของมนุษย์ก็คือ ที่ใดไปแล้วมีสุข เราก็อยากไปอีก คนไหนที่อยู่ใกล้แล้วมีสุข เราก็อยากเจอคนนั้นบ่อยๆ และคนๆ นั้นควรต้องเป็นภรรยาที่บ้าน ไม่ใช่บรรดาน้องๆ ตองสาม เหล่านางงามในตู้กระจก ...ใครจะเหนือชั้นกว่าใครให้มันรู้ไป


  • สามีสันดานเจ้าชู้

ปัจจุบันเราไม่ค่อยแน่ใจว่า “ความเจ้าชู้” ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้หรือไม่ และนิสัยเจ้าชู้เป็นสิ่งที่ติดตัวอยู่ในสมองหรือโครโมโซมหรือเปล่า เพราะความเจ้าชู้ของผู้ชายหลายคน ตั้งแต่วัยหนุ่มมันหยั่งรากฝังลึกในจิตวิญญาณจนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้วัยมากขึ้นและแม้ว่าจะรักภรรยาปานจะกลืนกิน เมตตาแค่ไหน สามีก็มิอาจควบคุมใจในเรื่องนี้ต้องหากินนอกบ้านร่ำไป

ปัญหาสำคัญคือ วุฒิภาวะของสามี หรือความสามารถในการควบคุมแรงขับในใจ และแสดงออกอย่างเหมาะสม
พูดอีกอย่าง วุฒิภาวะคือความสามารถที่สมองส่วนคิดทำงานเหนือสมองส่วนอยาก
เพราะฉะนั้น ถ้าสามีของเราเป็นคนที่สมองส่วนอยากทำงานมากกว่าสมองส่วนคิด ไม่แยแสต่อความรู้สึกของภรรยา

มีทางออกสองอย่าง คือถ้าไม่อยากเปลี่ยนผัวใหม่ ก็ต้องทำใจยอมรับอยู่กับสิ่งที่เขาเป็น อย่างไม่เป็นทุกข์มากนัก

”สุขหรือทุกข์ในใจเรา อย่าให้คนอื่นเขามากำหนด” หากเป็นเจ้าของตัวเขาคนเดียวไม่ได้ เราก็ต้องเป็นเจ้าของชีวิตและจิตใจตัวเราเอง


(update 8 ธันวาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 247 สิงหาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600