ช่วง 2-3 ปีมานี้ เวลาได้ยินข่าวใครจะแต่งงานกันแบบสายฟ้าแลบทีไร คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจคือ ต้องเบนโลแน่ๆ เลย มากกว่าที่จะอยากรู้ว่าจะแต่งที่ไหน ยังไง รักกันมานานเท่าไร
คุณเห็นด้วยมั้ยคะ
ทั้งที่จริงๆ อาจไม่ใช่เรื่องท้องก่อนแต่งก็ได้ แต่เป็นเรื่องฤกษ์ยาม ความพร้อม จะบินไปเรียนต่อเมืองนอก สารพัดเหตุผลของแต่ละคู่ก็ว่ากันไป
แต่อะไรล่ะที่ชวนให้คนคิดถึงเรื่อง ท้องก่อนแต่ง มากกว่าเรื่องอื่นๆ
กระแสสังคม
อันนี้ไม่ขอเอ่ยชื่อเสียงเรียงนามแล้วกันนะคะ (เพราะจำไม่ไหว) มีหลายคู่ที่แต่งงานกันแบบสายฟ้าแลบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คบกันมาน้านนานยังไม่มีวี่แววจะหมั้นหรือจะแต่ง บางคู่คบกันไม่นานก็แต่งเลยซึ่งอีกไม่ถึง 9 เดือนต่อจากนั้นก็มีเด็กคลอดก่อนกำหนดมาหลายคู่เชียวค่ะ ซึ่งสื่อต่างๆ แม้แต่ประชาชนคนธรรมดาอย่างเรายังคอยนับกันเลยว่าครบ 9 หรือเปล่า ซึ่งพอไม่ถึง 9 เดือนจะด้วยเหตุผลคลอดก่อนกำหนด หรืออะไรก็ตามแต่ เราก็พบว่าลูกคนดังเหล่านั้น มักมีสุขภาพดีแข็งแรงและหน้าตาน่ารักน่าชังเหลือเกิน ลำพังคู่เดียวไม่เท่าไร พอหลายๆ คู่ที่เป็นแบบนี้เลยกลายเป็นเรื่องเดือดร้อนเวลาใครจะแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ เพราะจะเจอข้อหาเบนโลก่อนเรื่องอื่น
และอีกประการหนึ่งคือ ค่านิยมบางอย่างในสังคมไทยที่เริ่มเปลี่ยนไป สังคมเปิดกว้างยอมรับการอยู่ด้วยกันก่อนแต่งมากขึ้น เรารับเอากระแสวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามาก การรักนวลสงวนตัวแทบจะไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป หญิงชายเท่าเทียมกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบในความคิดแลลโลกตะวันตกสมัยใหม่และในสังคมไทยปัจจุบัน การทดลอง (โดยไม่ต้องเข้าห้องทดลอง) อยู่ก่อนแต่ง ได้รับความนิยมมากขึ้น และพบเห็นได้ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน ซึ่งการอยู่กินก่อนแต่งงานนี่ล่ะ ที่เป็นที่มาของการท้องก่อนแต่ง เพราะคงไม่มีคู่รักคู่ไหนที่มาอยู่ และ กิน กันเฉยๆ แต่มันต้องมีเรื่องเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างห้ามมิได้
ซึ่งหากควบคุมดูแลป้องกันอย่างเข้มงวด ปัญหาท้องก่อนแต่งคงไม่เกิด แต่สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง เพราะฉะนั้นเราคนธรรมดาจึงสามารถทั้งพลาดทั้งพลั้งท้องได้โดยไม่ผิดกติกา
ดังนั้นปัญหามันจึงอยู่ที่ คนสองคน พร้อมหรือไม่กับท้องนี้ บังเอิญ หรือว่า ตั้งใจ
หากเป็นเหตุบังเอิญที่หลีกเลี่ยงไม่ทันแล้วล่ะก็ ขอให้คุณพิจารณาและเตรียมใจให้พร้อมกับสิ่งเหล่านี้ด้วยค่ะ
การยอมรับทางสังคม
มีทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจยอมรับปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เห็นด้วยกับการใช้ชีวิตแบบที่อยู่ก่อนแต่งเพราะประเทศไทยนั้นมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่เข้าตามตรอกออกตามประตูมาช้านานวิถีชีวิตและการเลี้ยงดูก็ปลูกฝังลูกหลานกันให้เป็นอย่างนั้นอยู่ ถึงแม้จะมีคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่ามันไม่เป็นไรก็เถอะ
แต่คุณจะรู้สึกเฉยๆ ได้ไหม ถ้าวันดีคืนดีคุณใส่ชุดคลุมท้องไปทำงาน แล้วทุกคนมองด้วยความฉงน เพราะคุณไม่ได้แต่งงาน คุณทำใจได้หรือเปล่า เพราะสำหรับบ้านเราการท้องก่อนแต่งไม่ใช่เรื่องที่งามนัก ขณะท้องแทนที่จะได้รับความห่วงใยเอาใจใส่ดูแลก่อนเป็น อันดับแรก แต่ความจริงที่ได้รับคือ ท้องกับใคร ใครเป็นพ่อเด็ก
ขอบอกอีกนิดว่าถ้าคุณเจอสังคมที่ดีไม่ซุบซิบนินทา ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ก็นับว่าโชคดีไปค่ะ คุณคงสามารถแบกท้องของคุณไปทำงานได้อย่างไม่กระดากใจสักเท่าไร แต่ถ้าเป็นสังคมช่างเม้าท์ คุณหนีไม่พ้นสายตาและคำถามจากคนรอบข้างแน่ๆ คุณจะทนได้มั้ย
?
ความพร้อม
ครอบครัว ถ้าบังเอิญท้องของคุณเกิดขึ้นท่ามกลางความยินดีของสองครอบครัวอยู่แล้ว ก็โอเคค่ะคุณได้แต่งงานแน่ๆ แต่ถ้าการอยู่กันก่อนของคุณสองคนเป็นแค่การทดลองที่ไม่รู้จะผ่านโปรมั้ยก็คงลำบากหน่อยค่ะ เพราะคุณอาจจะตกกระไดพลอยโจนเป็นแม่เป็นพ่อกันแบบไม่ทันตั้งตัว ตั้งใจ และตั้งรับกับค่าใช้จ่ายด้วย ดีไม่ดีพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นดียินยอมด้วย เห็นทีต้องใช้ความรักความอดทนกันนานกว่าอะไรๆ จะผ่านไปได้ด้วยดี
หรือถ้าแย่หน่อยก็อาจจะไม่ได้แต่งกันเลย หรือที่สุดฝ่ายหญิงอาจต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เพราะการอยู่ก่อนแต่งนั้นเป็นข้อตกลงระหว่างคนสองคน ที่ส่วนมากผู้ใหญ่มักไม่ทราบ และถ้ามองกันจริงๆ แล้ว ฝ่ายหยิงค่อนข้างจะเสียเปรียบค่ะด้วยวัฒนธรรมประเพณีที่ผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว และถ้าการทดลองอยู่ก่อนแต่งไม่ผ่านโปรจะต่างอะไรกับการเป็นหญิงม่ายในทางพฤตินัย
สถานภาพ ถ้ายังเรียนนี่น่ากลัวมากเพราะทางออกสำหรับวัยเรียนมักถูกไปในทางทำลายลูกซะส่วนใหญ่ น้อยคนที่จะลาพักแล้วคลอดลูกเลี้ยงเอง อีกอย่างการท้องในวัยเรียนมักเกิดจากความสนุกอยากรู้อยากลองมากกว่าความรักอย่างแบบที่จะใช้ชีวิตคู่ และส่วนมากเมื่อท้องในวัยเรียน ฝ่ายชายก็มักจะชิ่งหนีหายเข้ากลีบเมฆ บางรายก็พาไปทำแท้ง หรือดีหน่อย ก็ช่วยค่าเลี้ยงดู ยอมรับเป็นลูกแต่งงานแต่งการกันไป แต่ขอบอกว่าโอกาสโชคดีเช่นกรณีหลังนี่ยากมาก
ก
ก
ถ้าคุณทำงานแล้วก็โอเคค่ะ อย่างน้อยคุณเลี้ยงตัวเองได้แล้ว (แต่เลี้ยงได้ดีหรือไม่ดีก็อีกเรื่องหนึ่ง) แต่จริงๆ แค่นั้นคงไม่พอ ต้องสำรวจสภาพจิตใจของคนทั้งคู่ด้วยว่าพร้อมไหมสำหรับชีวิตใหม่อีก 1 ชีวิตแต่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปด้วยไม่มากก็น้อย คุณจะต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น คุณต้องเสียสละมากขึ้น และต้องรับผิดชอบกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ปี 2 ปี แต่จนกว่าลูกของคุณจะดูแลตัวเองได้เลยทีเดียว นั่นก็ต้องชั่งใจดีๆ ค่ะ ว่าคุณพร้อมรับสิ่งเหล่านี้มั้ย
อ้อ
และอย่าชะล่าใจไปว่าคนที่รักนักรักหนาจนเรายอมใช้ชีวิตก่อนแต่งด้วยเนี่ยจะพร้อมยอมรับเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องไม่แน่เสมอไปค่ะ
และหากเป็นความ ตั้งใจ ล่ะ
ถ้าความตั้งใจนั้นคือความรักของคุณสองคน พร้อมที่จะใช้ชีวิตด้วยกันโดยไม่ต้องการพิธีรีตรอง แค่เราสองคนก็เพียงพอถ้างั้นคุณก็ท้องไปเถอะไม่มีใครว่า ขอแค่ว่าครอบครัวสองครอบครัวของคุณทั้งคู่ยอมรับซึ่งกันและกัน ความรักความเป็นครอบครัว ก็สมบูรณ์โดยไม่ต้องพิธีรีตรองไม่มีงานวิวาห์ และไม่มีใบสมรส
แต่ถ้าเป็นความตั้งใจของคุณผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว แบบนี้ลำบากหน่อยค่ะสาวๆ บางคนรักแฟนมาก เลยอยากสร้างข้อผูกมัดขึ้นด้วยการท้อง เพื่อที่ฝ่ายชายจะได้รับผิดชอบแต่งงานเป้นเรื่องเป็นราวแต่ความจริงอาจจะไม่เช่นนั้น ผู้ชายที่ดูว่าน่าจะดีก็อาจจะชิ่งหนีไปง่ายๆ หรือไม่คุณก็อาจจะโดนข้อหา ไม่รู้จักป้องกัน หรืออาจโดนฝ่ายชายทำทีไม่แน่ใจว่าลูกเขาหรือไม่ ต้องมีการตรวจดีเอ็นเอให้ยุ่งยากเข้าไปอีก
แต่ผู้ชายบางคนก็มีความรับผิดชอบพอ ที่เมื่อรู้ว่าผู้หญิงท้องก็ตกลงแต่งงานด้วยทันที อาจจะเพราะกลัวเสียหน้า เสียชื่อ หรืออะไรก็แล้วแต่ จึงอยากให้คุณๆ ลองมองให้ละเอียดด้วยว่าการท้องเพื่อแลกกับงานแต่งงาน จะคุ้มค่าหรือไม่ในระยะยาว เพราะชีวิตคู่ต้องการความรัก ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ รวมไปถึงการยินยอมพร้อมใจที่จะดูแลกันและกันไปตลอดชีวิต เล่นท้องเพื่อแลกกับงานแต่งงานแบบนี้อาจจะเสี่ยงกับการเกิดความร้าวฉานในอนาคตได้
การตั้งใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นอาจทำให้อีกฝ่าายหนึ่งหมดรักกันไปได้ การท้องไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะคะ เพราะมีความรับผิดชอบตามมาอีกเยอะ ถ้าคุณยังไม่รู้ใจกันดี พอมีลูกขึ้นมาแทนที่จะสร้างความสุข กลับกลายเป็นเกิดความทุกข์ที่ทำให้คนสองคนต้องมาเผชิญร่วมกันจนอยู่กันไม่ได้ อย่าร้างกันไปก็มีให้เห็นค่ะ
ไม่มีคำว่าผิดถูกของการอยู่ก่อนแต่ง ท้องก่อน แต่งก่อนท้อง ทั้งนี้ขึ้นกับการดำเนินชีวิตของคนคู่นั้นๆ มากกว่า ว่าเลือกการดำเนินชีวิตแบบใด แต่สำหรับแม่ลออขอฝากสักนิดในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกันว่าเราค่อนข้างจะเสียเปรียบฝ่ายชายตรงที่เรามีโอกาสท้อง ซึ่งการท้องไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะหมายถึงอีกหนึ่งชีวิตตามมา
เพราะฉะนั้นทางเลือกกลางๆ ก็คือ หากคุณพร้อมอยากจะลองอยู่กันก่อนแต่งก็ขอให้มีช่วงระยะเวลาแห่งการดูใจ เพื่อจะแน่ใจได้ประมาณหนึ่งว่าคนที่คุณทดลองจะอยู่ด้วยมีความรับผิดชอบพอ หากเกิดอะไรที่ไม่ได้ตั้งใจขึ้นก็ยังมีคนอีกคน ที่จะช่วยคุณแชร์ความรับผิดชอบ แบ่งปันความเครียดร่วมกัน และเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันทำให้คุณพร้อมที่ท้องอย่างสง่างาม ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ใคร และไม่ต้องบินไปคลอดเมืองนอกเมืองนาให้เปลืองสตางค์
อย่าลืมว่า เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนในโลก มีสังคม มีกรอบประเพณีรายล้อมรอบเราอยู่ แม่ลออว่านะ สิ่งที่โบราณยึดถือกันมา คือเรื่องการเข้าตามตรอกออกตามประเพณี แม้มันจะล้าสมัยในสังคมปัจจุบันแต่แม่ลออก็มองว่า เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและน่าภูมิใจ อีกอย่างการแต่งก่อนอยู่ จะช่วยให้ชายหญิงรู้จักการยับยั้งชั่งใจ ตรึกตรอง รวมไปทั้งการอดทนอดกลั้น อดออมอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่ทำให้ คำว่า รัก ดูมีคุณค่าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น
(update 22 ตุลาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 283 สิงหาคม 2549 ]
|