เตือนพ่อแม่...เด็กโตเร็วกว่าวัย อุปสรรคต่อพัฒนาการความสูง
พบ..เด็กเซี่งไฮ้ 1% เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าวัย
แม่วิ่งโร่พาลูกสาวพบคุณหมอหลังพบว่า ลูกสาวมีหน้าอก มีขนรักแร้ ทั้งๆ ที่อายุเพียง 7 ขวบ
การเข้าสู่ภาวะการเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าวัยเพิ่งจะเกิดเป็นข่าวเมื่อไม่กี่ปีให้หลังมานี้ค่ะ ว่ากันว่าสาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าวัยนั้นเกิดจากฮอร์โมน ถึงจะพบในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยแต่ก็สร้างความกังวลใจให้พ่อแม่ได้มากทีเดียว แล้วจริงๆ สาเหตุและการเกิดขึ้นของอาการหรือโรคนี้เกี่ยวข้องและเป็นอย่างไร คุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ
สาเหตุโตเร็ว...เกินวัย
โดยปกติแล้วร่างกายมนุษย์จะพัฒนาไปตามลำดับขั้นของอายุอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่การที่ร่างกายเจริญเติบโตเร็วกว่าปกตินั้นมีปัจจัยมาจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ
1. ร่างกายเจริญเติบโตเร็วผิดปกติ
คือการที่เด็กมีร่างกายใหญ่โตผิดปกติ ซึ่งอาจจะตัวสูงผิดปกติ ร่างกายโตผิดสัดส่วน มือหรือแขนขายาวผิดปกติ หน้าตาผิดปกติ ซึ่งมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม
2. พัฒนาการด้านร่างกายเร็วกว่าปกติ
หมายถึงการที่เด็กมีพัฒนาการเร็วกว่าวัยหรือเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าวัยนั่นเอง สาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายได้รับฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ระบบการเจริญเติบโตของร่างกายทำงานเร็วกว่าปกติ มักจะสังเกตและพบได้ในเด็กที่มีอายุประมาณ 7-8 ปี และจะเป็นกับเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย
อาการที่แสดงออกมานั้นคือ เด็กจะเป็นสาวเป็นหนุ่มเร็วกว่าปกติ เช่น เด็กผู้หญิงจะมีหน้าอกก่อนอายุ 8 ปี เด็กผู้ชายจะมีขนขึ้นที่หน้าอก รักแร้ และเสียงแตก ซึ่งเป็นลักษณะทางร่างกายเหมือนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักด้วยกันคือ
2.1 ปัจจัยภายใน
ร่างกายผลิตฮอร์โมนเกินความจำเป็น ต่อมในสมองที่ชื่อว่า ไฮโปทาลามัส ทำงานผิดปกติ คือผลิตฮอร์โมนออกมาจนมากเกินไป ส่วนสาเหตุของการทำงานผิดปกติเกิดขึ้นทั้งจากการได้รับการกระทบกระเทือนไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุการผ่าตัด หรือเป็นเนื้องอกที่ต่อมใต้สมองใกล้กับไฮโปทาลามัส อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นส่งผบให้ระบบควบคุมการทำงานของระบบในร่างกายทำงานเร็วผิดปกติ ทำให้เด็กมีร่างกายที่เติบโตผิดปกติด้วย ส่วนการรักษานั้นแพทย์จะทำการรักษาไปตามอาการที่เกิดขึ้นว่าเด็กมีอาการผิดปกติแบบใดบ้าง
2.2 ปัจจัยภายนอก
อาหารมากฮอร์โมน ไก่เป็นผู้ต้องหาหลักค่ะ เพราะปัจจุบันการเลี้ยงไก่มักจะฉีดฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิง ผลที่ได้นั้นคือไก่จะอ้วนพีมีเนื้อและเติบโตเร็ว แต่เมื่อคนกินไก่ก็จะได้รับฮอร์โมนปริมาณมาก ผลที่เกิดกับเด็กไม่ใช่ความอ้วนพีหรือร่างกายสูงใหญ่ แต่การได้รับฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มขึ้นและเร็วกว่าวัยอันควรนั้น ส่งผลให้เด็กมีการแสดงลักษณะทางเพศ (Secondary Sex Charactistic) เร็วกว่าปกติ แทนที่จะเติบโตไปตามวัย
อาการที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กได้รับฮอร์โมนมากเกินคือ เต้านมจะขยายขนาด ซึ่งเกิดขึ้นทั้งกับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายค่ะ ส่วนอาหารชนิดอื่นที่ไม่ตกเป็นผู้ต้องหาก็เพราะไม่พบว่าใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งให้โตนั่นเอง
ทางออก
- ใช่ว่าจะกินไก่ไม่ได้เลยนะคะ แต่ทางที่ดีไม่ควรกินซ้ำๆ ติดต่อกันทุกวัน
- กินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม
วิตามิน หากเป็นวิตามินที่ไม่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศ เด็กสามารถกินได้ เพราะหากเด็กไม่ได้รับฮอร์โมนเพศเร็วและมากเกินไปก็จะไม่ทำให้เกิดการเข้าสู่วัยรุ่นเร็ว แต่อาจจะต้องระวังหากจะให้ลูกกินวิตามิน ควรหลีกเลี่ยงการกินวิตามินชนิดที่ไม่ละลายในน้ำแต่ละลายในไขมัน คือ วิตามินเอ ดี อี และเค เพราะวิตามินกลุ่มนี้หากกินติดต่อกันเป็นเวลานานและปริมาณมากะทำให้เกิดการตกค้างและสะสมเป็นผลเสียต่อร่างกาย ไม่เหมือนวิตามินที่ละลายในน้ำซึ่งผลข้างเคียงอาจจะไม่มากเท่า เพราะร่างกายสามารถขับออกมาทางปัสสาวะ ไม่เกิดการตกค้างในร่างกายจนเป็นอันตราย หากไม่ได้กินเข้าไปในปริมาณสูงมากเกินไปในคราวเดียว
ทางออก
- กินอาหารตามธรรมชาติและกินผักผลไม้เป็นประจำก็จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินตามธรรมชาติครบถ้วน
- ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสดใส ก็ทำให้ลูกไม่ต้องกินวิตามินแล้วค่ะ
สื่อกระตุ้น ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ส่วนทางด้านจิตใจ หรือพฤติกรรมนั้นเป็นอีกสาเหตุของปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้ลูกต้องการเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าปกติก็คือสื่อนั่นเองค่ะ เพราะได้เห็นตัวอย่างจากสื่อ ซึ่งรวมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์ และโฆษณา ด้วยเนื้อหารายการที่มุ่งสร้างค่านิยมในทางที่ผิดและกำหนดทิศทางของสังคมไปในทางที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการ์ตูน ตุ๊กตา ที่เป็นสิ่งยั่วยุให้เด็กทำและคล้อยตามไปกับสิ่งที่เห็น เช่น ตุ๊กตาที่แต่งหน้าและแต่งตัวโป๊เกินไป หรือภาพโฆษณาในทีวีที่ใช้เด็กเป็นแบบในการแสดงด้วยลักษณะการแต่งตัวและกิริยามารยาทที่เกินวัยและไม่เหมาะสม ล้วนแต่กระตุ้นให้เด็กเกิดความรู้สึกอยากเลียนแบบทำตาม แล้วด้วยการนำเสนอที่ซ้ำๆ และย้ำบ่อยครั้งก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เด็กเลียนแบบและเข้าใจผิด คิดว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถือเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากเป็นผู้ใหญ่มากเกินกว่าวัย ซึ่งบางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลเสียกับเด็กได้ เช่น การแต่งตัวและการแสดงออกทางเพศ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่หากเด็กไม่ได้รับการเรียนรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง จะส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กเมื่อโตขึ้นได้
ทางออก
- ด้วยเพราะประสบการณ์ในชีวิตน้อยจึงทำให้เด็กวัยนี้ยังคิดเองไม่รอบด้านทั้งหมด จำเป็นต้องพึ่งพ่อแม่ในการเป็นแบบอย่างและชี้นำแนวทางที่ถูกต้อง ขณะดูโทรทัศน์หรือเห็นข่าวก็ควรสอนลูกให้เห็นแง่มุมอื่น เรียกว่าพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสนั่นเองค่ะ
- ถ้าต้องการปลูกฝังเรื่องดีๆ ให้ลูก นอกจากจะเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ให้เริ่มพูดคุยกับลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล ค่อยๆ สอนและปลูกฝังสิ่งดีงามรวมทั้งแสดงความคิดเห็นกับความไม่เหมาะสมที่ปรากฎ โดยควรอธิบายถึงข้อเสียให้ลูกเห็นด้วยค่ะ
- หากลูกมีวี่แววว่าจะเป็นสาวเร็วหรือมีพฤติกรรมที่โตเร็วเกินวัย พ่อแม่เท่านั้นค่ะที่จะชี้ให้ลูกเห็นว่าพฤติกรรมใดไม่เหมาะสมหรือควรทำ การใกล้ชิดและใส่ใจลูกจะทำให้ลูกเชื่อพ่อแม่
เวทีประกวดประชันขันต่อ การส่งลูกเข้าประกวดเป็นดาบสองคมค่ะ อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่จะเลือกใช้ด้านใด ด้านดีก็คือหากลูกได้ประกวดแสดงความสามารถกับคนอื่นจะทำให้ลูกเป็นเด็กกล้าแสดงออก เชื่อมั่นในตัวเอง รู้จักการเข้าสังคม
แต่ขณะเดียวกันหากคุณพ่อคุณแม่มุ่งแต่ผลักดันและให้เวทีการประกวดเป็นสนามประลองที่ลูกต้องชนะแพ้ไม่ได้ และเต็มไปด้วยความคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลา จะทำให้เด็กเครียดและกลายเป็นเด็กที่แพ้ไม่เป็น ซึ่งจะทำให้เด็กมีปัญหาในการอยู่ร่วมกันในสังคม
ทางออก
- เลือกลักษณะกิจกรรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวัย พัฒนาการ และความสนใจของลูก
- พัฒนาทักษะด้านอารมณ์ให้ลูกได้เรียนรู้การรู้แพ้รู้ชนะจากการประกวด
- ใช้เวทีประกวดเป็นที่ให้เขาได้ฝึกการควบคุมตัวเองทั้งทักษะด้านการแสดงออก การควบคุมและการจัดการกับอารมณ์เมื่อชนะหรือแพ้ ถือเป็นการฝึกพัฒนาการด้านวุฒิภาวะให้ลูกด้วยค่ะ
ผลกระทบ...โตเร็ว
หยุดสูง การจะวินิจฉัยว่าเด็กเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วนั้น นอกจากคุณหมอจะดูสภาพร่างกายภายนอกแล้ว คุณหมอจะเช็กอายุกระดูกของเด็กด้วย เช่น หากคุณแม่พามาพบคุณหมอเมื่อลูกอายุ 7 ปี เมื่อเช็กอายุกระดูกของเด็กแล้วปรากฏว่าเท่ากับอายุจริงของเด็ก ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลและไม่มีผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกาย แต่อาจจะกระทบกับอารมณ์ของเด็กที่แปรปรวนง่ายคล้ายกับอารมณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น
แต่หากอายุกระดูกลูกมากกว่าอายุจริง แสดงว่าเด็กมีฮอร์โมนที่เร่งให้อายุกระดูกสูงมากกว่าปกติ ซึ่งคุณหมอต้องให้การรักษา เพราะหากปล่อยไว้อาจกระทบกับความสูงของเด็ก เพราะความสูงของเด็กจะสัมพันธ์กับกระดูกที่ต้องค่อยๆ ยืดไปเรื่อยๆ แต่ถ้ากระดูกโตเร็วกว่าอายุจริงก็มีโอกาสที่กระดูกจะปิดเร็วด้วยค่ะ
ทางออก
คุณหมออาจจะรักษาด้วยวิธีการเร่งให้ลูกสูงโดยเร็วที่สุดก่อนที่ปลายกระดูกจะปิดเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหยุดสูงก่อนถึงวัย เพราะปกติแล้วเด็กผู้หญิงจะเพิ่มความสูงได้เร็วที่สุดในช่วงหนึ่งปีก่อนมีประจำเดือน หลังจากเริ่มมีประจำเดือน ความสูงจะเพิ่มในอัตราที่ลดลง ขณะที่เด็กผู้ชายจะสูงช้ากว่า แต่จะมีอัตราการสูงที่เร็วกว่า
ผลกระทบด้านอารมณ์ ด้วยความที่เด็กมีร่างกายเจริญเติบโตเร็วกว่าเพื่อน บางคนอาจจะรู้สึกแตกต่างด้านรูปร่างที่สูงกว่าเพื่อน มีหน้าอก มีประจำเดือนเร็ว เด็กผู้หญิงอาจรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เวลาเดินอาจจะไหล่ห่อตลอดเวลา เพราะอายที่ตัวเองมีหน้าอกแบะมีประจำเดือนเร็วกว่าเพื่อน แต่กับเด็กผู้ชายจะตรงข้าม เพราะเด็กกลุ่มนี้จะแสดงตัวเป็นผู้นำของเพื่อน มีความมั่นใจในตัวเอง แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะมีพฤติกรรมก้าวร้าว
ทางออก
หากพ่อแม่ใส่ใจอารมณ์ของลูกและคอยสังเกตว่าลูกกำลังไม่มั่นใจหรือมีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ ช่วงนี้อาจจะต้องใส่ใจและพูดคุยกับลูกเป็นประจำ บอกลูกว่าร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะอีกไม่นานเพื่อนก็จะเป็นเหมือนเรา เพียงแต่เราอาจจะมีเร็วกว่าและไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ส่วนเด็กผู้ชายควรบอกให้ลูกใช้พลังงานหรือการที่เขาตัวใหญ่ว่ากเพื่อนให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง เพื่อน คุณครูหรือพ่อแม่ค่ะ
มะเร็งเต้านม มีข้อสันนิษฐานทางการแพทย์ว่าเมื่อเนื้อเยื่อเต้านมถูกกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศเร็วก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมเร็วขึ้นด้วย และส่วนใหญ่จะเกิดกับเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชายค่ะ
ทางออก
เมื่อสังเกตพบว่าร่างกายของลูกเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าปกติ คุณแม่ควรพาลูกมาพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดค่ะ
ใช่ว่าเด็กทุกคนจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการเป็นโรคเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าวัยนะคะ เพราะหากลูกไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่มีอาการผิดปกติ คุณแม่ก็อย่าเพิ่งกังวลจนเกินเหตุ เพราะโอกาสที่ระดับฮอร์โมนในร่างกายจะเกิดอาการผิดปกตินั้นยังถือว่าพบได้น้อย
สิ่งที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษคือ ปัจจัยจากภายนอก เช่น อาหาร รวมถึงสื่อที่เป็นสิ่งยั่วยุ ซึ่งเป็นปัจจัยที่พ่อแม่สามารถกำหนดและควบคุมได้ และที่สำคัญเด็กยังไม่ได้อยู่ในวัยที่จะสามารถใช้วิจารณญาณในการเลือกสิ่งดีให้กับตัวเอง จึงเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเลือกและมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกไม่ใช่การตามอย่างกระแสสังคมที่เห็นว่าดี เพราะความดีความเหมาะสมไม่สามารถวัดได้จากคนหมู่มากในสังคมเสมอไป
เอาเป็นว่าสุดท้ายขอจบด้วยการฝากให้คุณพ่อคุณแม่สร้างสังคมที่เหมาะสมให้กับลูกหลาน เพื่อที่เขาจะเติบโตมาได้อย่างดีงามสมวัยด้วยนะคะ
(update 20 ตุลาคม 2008)
[ ที่มา..
นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No.149 March 2008]
|