พอได้ยินคำว่า โคลิก คุณพ่อคุณแม่ที่เคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วคงขนลุกซู่ เพราะกว่าจะผ่านมาได้ก็แทบแย่ คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงที่กำลังรับมือกับอาการโคลิกของลูกอยู่ ไม่ต้องหลับตาก็นึกภาพออกชัดเจน ส่วนว่าที่คุณพ่อคุณแม่ที่ยังไม่รู้ว่า ลูกที่คลอดมาจะร้องโคลิกหรือไม่ก็ต้องลุ้นกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ ไปทำความรู้จักโคลิกและวิธีรับมือเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหลายค่ะ
เจ้าตัวเล็กที่บ้านเป็นแบบนี้ไหมคะ
___ ร้องโดยไม่มีสาเหตุเวลาโพล้เพล้
___ เสียงร้องแหลมเหมือนเจ็บปวด และแผดเสียงดังกว่าปกติ
___ แขนขาเกร็ง งอขาขึ้นมาที่ท้อง
___ ร้องไห้เวลาเดิมทุกวัน
___ ปลอบเท่าไรก็ไม่หยุด พอถึงเวลาจะหยุดเองเสียเฉยๆ
___ ร้องนาน ราวๆ 3 ชั่วโมงทุกวัน
___ ร้องติดต่อกันตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 เดือน
ถ้าลูกมีอาการดังกล่าว และหาสาเหตุของการร้องไห้ไม่เจอแล้วล่ะก็ให้สงสัยไว้ได้เลยค่ะว่า เจ้าตัวเล็กร้องโคลิกแน่แล้วล่ะ
ทำความเข้าใจโคลิก
เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมเจ้าตัวเล็กที่บ้านร้องไห้ได้ตรงเวลาเหมือนนาฬิกาปลุกเป๊ะแทบทุกวัน ทั้งๆ ที่กลางวันก็เป็นเบบี๋ที่เลี้ยงง่ายไม่งอแง แต่พอเวลาโพล้เพล้ (หรือบางคนก็กลางดึก) เจ้าตัวเล็กก็ลุกขึ้นมาเล่นร้องไห้มาราทอนให้พ่อแม่หนักใจ เพราะหาสาเหตุการร้องไห้ของลูกไม่เจอ ปวดท้องก็ไม่ใช่ หิวก็ไม่เชิง หรือมีอะไรกัดก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เพราะอาการแบบนี้เรียกว่า โคลิก
ร้องโคลิก (Colic) หรือที่เรียกว่าร้อง 100 วัน พบได้ทั้งเบบี๋ชายและหญิงในปริมาณที่ไม่แตกต่างกัน ประมาณ 20-30% ของเด็กแรกเกิดจะร้องโคลิก และจะเริ่มร้องโคลิกเมื่ออายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ และรุนแรงขึ้นในช่วงอายุ 7-8 สัปดาห์ แล้วร้องต่อไปเรื่อยๆ จนหายไปเองเมื่อเด็กอายุประมาณ 3 เดือน
เด็กที่ร้องโคลิกจะร้องเป็นเวลา เคยร้องเวลาไหนเจ้าตัวน้อยก็ยังคงร้องไห้เวลานั้นทุกวัน แถมยังร้องไห้อย่างดุเดือนเลือดพล่าน แผดเสียง แขนขาเกร็ง และงอขาขึ้นมาที่ท้อง ปลอบอย่างไรก็ยังร้องอยู่ แต่พอผ่านไป 3 ชั่วโมงก็หยุดร้องเอาเสียดื้อๆ ซึ่งการร้องไห้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรือลูกไม่สบายแต่อย่างใด
ส่วนสาเหตุของการร้องโคลิกนั้น เกิดจากอะไรยังไม่มีใครรู้แน่ชัดหรอกค่ะ แต่ก็มีข้อสันนิษฐานกันหลายอย่าง บ้างก็ว่า อาจจะเกิดจากการที่ลูกอิ่มหรือหิวเกินไป อาหารไม่ย่อย ปวดท้องเพราะมีแก๊สในกระเพาะอาหาร ระบบการทำงานในร่างกายของลูกยังไม่สมบูรณ์ บ้างก็ว่าอาจจะเกิดจากการแพ้นมวัวได้ด้วย ส่วนกุมารแพทย์แห่งมหาวิยาลัยแพทย์แคลิฟอร์เรียลอสแองเจลิส ให้ข้อมูลว่าอาการร้องโคลิกของลูกว่าไม่ได้เป็นเพราะมีอาการปวดท้องอย่างเดียวนะคะ แต่เกิดจากการที่ลูกไม่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ได้ ก็เลยยังคิดถึงบรรยากาศในท้องแม่อยู่ การที่ลูกกำลังเรียนรู้โลกใบใหม่ เลยทำให้หนูน้อยหงุดหงิด ขี้โมโหไปนิด เพราะเขาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยค่ะ
กลเม็ดสยบลูกร้องโคลิก
แค่ฟังสรรพคุณของอาการโคลิกก็คงทำให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่นึกกลัวว่าแจ๊คพอตจะแตกที่ลูกเราใช่ไหมคะ แต่ถึงลูกจะร้องโคลิกก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวค่ะ แค่ตั้งตัวเตรียมรับมือให้ทันด้วยเทคนิคพิเศษเหล่านี้
ป้องกันไว้ก่อน
- ตรวจหาสาเหตุ เมื่อเห็นว่าลูกร้องไห้ และหาสาเหตุไม่พบว่าเกิดจากอาการอะไร คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปให้คุณหมอตรวจดู เพื่อให้สบายใจว่าไม่ได้ร้องเพราะเจ็บป่วย แต่เกิดจากอาการโคลิกแน่นอน
- บอกกล่าวเพื่อนบ้าน เพื่อให้รู้ล่วงหน้าว่า ที่เจ้าตัวเล็กแผดเสียงตั้งแต่เย็นไปจนกลางดึกนี้ ไม่ใช่เพราะเหตุเราไม่เอาใจใส่ดูแล แต่เป็นเพราะอาการโคลิก และขอโทษขอโพยเพื่อนบ้านไว้ล่วงหน้าด้วย
- สร้างบรรยากาศ เมื่อรู้เวลาแน่นอนแล้วว่า ลูกจะร้องเวลานี้ทุกวัน คุณแม่เตรียมบรรเทาอากรไว้แต่เนิ่นๆ เลยค่ะ พอใกล้เวลาจัดการพาลูกเข้าไปอยู่ในห้องที่สงบเงียบ แล้วคุยกับลูกด้วยเสียงเบาๆ อย่าให้ใครมารบกวนได้ เพราะเมื่อมีเสียงดังอึกทึกจะทำให้ลูกรู้สึกถูกรบกวนจากเสียงเหล่านั้น แล้วยิ่งร้องแผดเสียงมากกว่าเดิม
- ห่อตัวให้อุ่น เป็นการเลียนแบบบรรยากาศในท้องของแม่ค่ะ คุณแม่ควรห่อตัวลูกด้วยผ้าผืนเล็กๆ เก็บชายตรงปลายเท้าลูกให้เรียบร้อย จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเหมือนอยู่ในท้องแม่ ไม่รู้สึกเคว้งคว้าง ถ้าลูกหลับก็ปล่อยให้หลับไปโดยไม่ต้องแก้ห่อผ้าที่ห่อหุ้มตัวลูกออกนะคะ
- ให้นมในท่าที่ถูกต้อง เป็นท่าที่สบายทั้งแม่และลูก ปากลูกต้องใกล้เต้านมและต้องอมถึงลานนม ริมฝีปากลูกอ้าคลุมถึงลานนม แก้มลูกป่อง และคางลูกต้องชิดเต้านมแม่ และถ้ากินนมผสมก็ระวังอย่าให้รูหัวจุกนมใหญ่เกินไป หรือถือขวดนมต่ำเกินไป เพราะจะทำให้ลูกดูดอากาศเข้าไปมาก
- นวดท่า I Love You การนวดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เชื่อกันว่า จะสามารถป้องกันและบรรเทาอาการโคลิกได้ โดยท่าที่นิยมนวดกันคือ ท่า I Love You ค่ะ โดยคุณแม่จับลูกนอนหงาย เอามือวางไว้ที่บริเวณชายโครงขวา (ของลูก) แล้วลูบไล้ลงมาข้างล่างตรงๆ เหมือนตัว I ต่อจากนั้นป้ายมือมาทางขวาของลำตัวลูกเพื่อทำเป็นตัว L ถัดไปลากมือขึ้นมาทางหน้าท้องโดยโค้งให้เหมือนตัว U
รับมือตอนลูกร้อง
- จับหนูนอนคว่ำ คุณแม่อาจจะให้ลูกนอนคว่ำบนเข่าของคุณแม่หรือนอนคว่ำบนกระเป๋าน้ำร้อน ที่คลำดูแล้วรู้สึกอุ่นๆ ด้วยการใช้ผ้าขนหนูพันให้รอบก่อน และต้องมั่นใจว่าน้ำไม่ร้อนและไม่มีรอยรั่ว วิธีนี้จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในท้องแม่
- โอบอุ้มให้ผ่อนคลาย ทุกครั้งที่เจ้าตัวเล็กเริ่มร้องโคลิก ให้คุณแม่อุ้มลูกโดยให้ท้องเขาแนบกับร่างกายของเรา แล้วค่อยๆ ลูกหลังเขาเบาๆ อุ้มลูกซบกับอกจะช่วยให้ลูกรู้สึกดีขึ้นได้
- กล่อมด้วยเสียงเบาและนาน คุณแม่อาจจะเปิดเพลงเบาๆ หรือร้องเพลงให้ลูกฟังขณะที่เขากำลังร้องไห้ จะช่วยให้ระบบประสาทของเขาทำงานดีขึ้น และเมื่อระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น การหลั่งสารแห่งความสุขจะมีตามมา ทำให้เขาชะลอการร้องไห้ลงได้
- แกว่งไกวต่อเนื่อง เมื่อลูกร้องไห้ คุณแม่อาจจะเอาลูกนั่งบนตักแล้วโยกตัวเบาๆ นั่งเก้าอี้โยก หรืออุ้มเดินไปเดินมาอย่างต่อเนื่อง แค่นี้ก็พอจะกำราบเสียงร้องโคลิกของลูกลงได้บ้างแล้วล่ะค่ะ
- หาผู้ช่วย ผู้ช่วยคนสำคัญที่ดีที่สุดก็คือคุณพ่อนี่ล่ะค่ะ อาจจะให้มาช่วยเปลี่ยนมือ เมื่อคุณแม่อุ้มมานานจนรู้สึกเหนื่อยหรือเครียด หรือถ้าไม่มีใครช่วยจริงๆ ลองอุ้มลูกใส่เป้อุ้มเด็ก เพื่อจะได้มีมือว่างทำโน่นนี่ในช่วงที่ลูกร้องเป็นชั่วโมงๆ
รู้จักอาการโคลิกพร้อมทั้งวิธีรับมือเวลาลูกร้องโคลิกไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็คงคลายกังวลลงไปได้บ้างแล้วนะคะ เมื่อถึงเวลาที่เจ้าตัวเล็กร้องจริงๆ อย่าปล่อยให้ความเครียดมาครอบงำ ท่องคาถาสยบโคลิกเอาไว้ในใจว่า โอบอุ้ม แผ่วเบา โอบอุ้ม แผ่วเบา และเคลื่อนไหวต่อเนื่อง นะคะ
(update 22 ธันวาคม 2008)
[ ที่มา..
นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No.153 July 2008 ]
|