ดิฉันแต่งงานกับสามีมา 7 ปีแล้วค่ะ มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 4 ปี ตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กดิฉันก็ออกจากงานมาเลี้ยงลูกเอง และทุ่มเทเวลาให้กับลูกมากกว่าสามี ช่วงนี้เลยดูเหมือนว่าเราจะค่อนข้างห่างกัน เคยคุยกับสามีเขาก็บอกว่าเข้าใจ แต่ดิฉันก็อดคิดมากไม่ได้ค่ะ ยิ่งปีนี้แต่งงานกันครบ 7 ปีด้วย เพื่อนๆ ก็บอกให้ระวังเพราะโบราณบอกว่า 7 ปีคัน ดิฉันอยากรู้เทคนิคกระชับความสัมพันธ์กับสามีค่ะ เพื่อไม่ให้เราห่างเหินกันเกินไป
จิรดา/ขอนแก่น
ความสัมพันธ์ระหว่างคู่หญิงชายแต่ละคู่นั้น มักจะเริ่มต้นเปิดฉากด้วยความรักที่สดใสและหวานชื่นกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่จะแตกต่างกันก็คือ บทสรุปสุดท้ายในตอนจบนั่นเองครับ หลายคู่ก็สามารถคงความรักและความสัมพันธ์ที่มีต่อกันไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและยืนยาว แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีอีกหลายต่อหลายคู่เช่นกัน ที่ไม่สามารถคงความสัมพันธ์กันไว้ได้ยืนยาวเท่าที่ควร และสุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการหย่าร้าง แยกกันเดินคนละทางในที่สุด ซึ่งสาเหตุนั้นก็มีหลากหลาย และแตกต่างกันไปในแต่ละคู่
ประเด็นนี้มีคำสำนวนในภาษาอังกฤษอยู่คำหนึ่งคือ 7-year-itch ซึ่งถ้าแปลกันตามตัวก็คือ 7 ปีคัน เหมือนที่เขียนถามมาแหละครับ ซึ่งก็หมายถึงในการใช้ชีวิตคู่นั้น เมื่อเวลาผ่านพ้นไปจนกระทั่งปีที่ 7 ก็จะเกิดอาการ คัน กันขึ้นมาทั้งสองฝ่าย แต่จะเป็น คัน อะไรนั้นก็แล้วแต่ใครจะตีความครับ เมื่อเกิดอาการ คัน ขึ้นมาในชีวิตคู่แล้วนั้น ก็จะมีแนวโน้มที่ทั้งคู่จะลงเอยด้วยการแยกทางกันในที่สุดครับ จะเรียกว่า รักจางเมื่อครบ 7 ปี ก็คงไม่ผิดนัก
หลายคนคงสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้อง 7 ปีคัน นั่นสิครับระยะเวลา 7 ปีที่พูดกันนั้น จริงๆ แล้วก็เป็นเพียงระยะเวลาที่ประมาณการและตั้งกันขึ้นมาเอง ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ 7 ปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่กำลังเหมาะที่จะเกิดอาการ คัน ขึ้นมาในชีวิตคู่นั่นเอง ส่วนอาการ คัน นั้น ก็เป็นการอุปมาอุปไมยสำหรับอาการ เบื่อ หรือความรู้สึก เหลือทน นั่นเอง ก็พอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาได้สักระยะหนึ่ง คงจะมีบ้างที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย อาจเกิดอาการเบื่อ...ก็เบื่อกันได้ในทุกเรื่องนั่นแหละครับ อาจเป็นจากความซ้ำซากจำเจที่ผ่านๆ มา ความห่างเหินจากหน้าที่การงาน หรือภาระต่างๆ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรืออาจจะมีน้ำอดน้ำทนในเรื่องต่างๆ ลดน้อยถอยลงไปกว่าในระยะแรกๆ ที่อยู่ด้วยกันก็ได้ครับ
ไม่ว่าจะเป็นคู่ใด อยู่กันมานานแค่ไหน ถ้าปล่อยให้เกิดอาการ คัน อย่างที่ว่าขึ้นมา แล้วไม่ได้รับการปรับปรุง แก้ไขให้เหมาะสมอย่างทันเวลาแล้วล่ะก็ ความสัมพันธ์ของคู่นั้นก็คงจะไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่งหรอกครับ แต่ถ้าทุกคนมีการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ทำนองนี้ไว้ล่วงหน้า คอยดูแลรักษาความรัก ความสัมพันธ์ของคุณไว้ให้ดีที่สุดตลอดเวลา สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ก็น่าจะดีใช่ไหมครับ
ความสำเร็จในการใช้ชีวิตคู่นั้นก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ในชีวิตของเราทุกเรื่องนั่นแหละครับ สำคัญที่สุดก็คงต้องมีรากฐานที่ดีและมั่นคงเสียก่อน เพื่อที่จะให้ความรักและความสัมพันธ์ที่ดีนั้นอยู่ยืนยงได้นานเท่านาน ซึ่งรากฐานที่มั่นคงนี้ คนสองคนต้องช่วยกันสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้นจึงจะสำเร็จ ทำเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ได้ แน่นอนว่า ความรัก นั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของรากฐานที่มั่นคง ซึ่งหากคุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ให้มั่นคงได้จาก 4 องค์ประกอบที่นำมาฝากนี้แล้ว จะ 7 ปีหรือ 10 ปีก็ไม่เกิดอาการคันแน่นอน
1. สื่อสารกัน ในที่นี้หมายความถึงการที่คุณทั้งคู่สามารถที่จะพูดคุยกันได้อย่างเปิดอก หมดเปลือกทุกเรื่องทุกประเด็น บางครั้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจรู้สึกหงุดหงิดใจกับอีกฝ่ายหนึ่งขึ้นมาได้ ทั้งที่อีกฝ่ายหนึ่งนั้นก็ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายความรู้สึกกันแต่อย่างไร ลักษณะนี้ทางออกที่เหมาะสมที่สุดคงจะเป็นการที่คุณทั้งคู่ต้องพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นปัญหาที่เรื้อรังต่อไป และแน่นอนว่าอาจส่งผลบั่นทอนความรัก ความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ลงได้อีกด้วย
ลักษณะของการสื่อสารระหว่างกันนั้น ควรต้องเป็นไปแบบสร้างสรรค์ ค่อยพูดค่อยจากันให้ดี ต้องมีสติ และใช้เหตุผลในการโต้แย้ง พยายามไม่ใช้อารมณ์ หลีกเลี่ยงการวิจารณ์อีกฝ่ายหนึ่งอย่างรุนแรง และไม่ควรกล่าวโทษหรือกดดันกันจนมากเกินไป ไม่เช่นนั้นล่ะก็ลงเอยด้วยการทะเลาะกันแน่นอน
2. แสดงความรัก ความรัก ความห่วงใย และความเอาใจใส่กันและกันนั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิตคู่ให้ประสบผลสำเร็จ แต่เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของจิตใจและความรู้สึก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่คุณควรจะต้องแสดงออกให้อีกฝ่ายหนึ่งได้เห็น ได้รับรู้อย่างสม่ำเสมอ และต้องแสดงออกด้วยความจริงใจ วิธีง่ายๆ เลยก็เช่น การกอดกัน หอมแก้มกันก่อนไปทำงานหรือบอกราตรีสวัสดิ์ต่อกัน เป็นต้น
3. ประนีประนอม อีกอย่างหนึ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ การกล่าวคำขอบคุณ และขอโทษ ในจังหวะที่เหมาะสม เพราะนอกจาะแสดงถึงความห่วงใยกันแล้วยังเป็นการให้เกียรติกัน ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด รวททั้งต้องรู้จักการให้อภัยด้วย อยู่ด้วยกันก็ต้องมีการประนีประนอมผ่อนปรนกันบ้าง เรื่องเล็กน้อยก็อย่าทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป
4. อารมณ์ขัน เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เราผ่อนคลายความตึงเครียดเรื่องต่างๆ ได้เป็นอย่างดี การใช้ชีวิตที่ซีเรียสจริงจังอยู่ตลอดเวลา ไม่สนุกและไม่มีความสุขเท่าไหร่หรอกครับ ไม่ว่าคุณจะมีคู่หรือไม่ก็ตาม และการมีอารมณ์ขันก็จะช่วยบรรเทาความเครียดต่างๆ ให้เบาบางลง ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามใหญ่โตเกินไป
นอกจากนั้นคนที่มีอารมณ์ขันก็มักจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ดังนั้น คนประเภทนี้มักไม่ค่อยจะมีเรื่องหรือมีปัญหาร้ายแรงกับใครเขาหรอกครับ กรณีที่คุณหรือคู่ของคุณอย่างน้อยคนใดคนหนึ่งเป็นคนประเภทนี้อยู่แล้วก็คงจะดีไม่น้อย แต่ถ้าคุณทั้งสองคนจริงจังกับทุกเรื่องของความสัมพันธ์ของคุณอยู่ตลอดเวลาแล้วล่ะก็ ลองปรับเปลี่ยนทัศนคติกันดูสักหน่อยนะครับ ก่อนที่จะเกิดรอยร้าวและอาการคันขึ้นมา
ถึงตรงนี้วิธีการที่จะทะนุถนอมความรักและความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ให้ราบรื่นและยั่งยืนได้นานเท่านาน ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนยุ่งยากแต่อย่างใด รู้และเข้าใจกันอยู่แล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่คุณจะปฏิบัติได้เหมาะสมและสม่ำเสมอเพียงใดเท่านั้นเอง
การใช้ชีวิตคู่ให้ประสบผลสำเร็จนั้นเป็นเรื่องของคนสองคนที่จำเป็นต้องอยู่กันด้วยความเข้าใจกัน โดยมีความรักเป็นรากฐาน ถ้าสามารถดูแลความรักที่มีต่อกันไม่ให้ลดน้อยถอยลงไปได้ อย่าว่าแต่ 7 ปีเลยครับ รับรองได้ว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตามจะไม่เกิดอาการ คัน ขึ้นมาเป็นอันขาดครับ
(update 22 ธันวาคม 2008)
[ ที่มา..
นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No.153 July 2008 ]
|