กาลครั้งหนึ่ง...สนุกสร้าง Creativity ด้วยนิทาน


สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้วเคล็ดลับเลี้ยงลูกฉลาดคิดสร้างสรรค์อาจมาจากหลายวิธีการ แต่เชื่อค่ะว่าหนึ่งในนั้นต้องมีนิทานอยู่ เพราะหลายบ้านคงลองมาแล้วว่า เมื่อใดที่ขึ้นต้นประโนคด้วย “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” ไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดงบ้านใดเป็นสะดุดหยุดความสนใจจากเรื่องอื่นแล้วแวะเลี้ยวลงนั่งตักคนเล่า สีหน้าและท่าทางตั้งใจฟังนิทานเสียเหลือเกิน ช่วงนี้แหละค่ะที่จะชวนให้คิดและสนุกกับจินตนาการ ในเมื่อมีเครื่องมือดี ๆ ที่เป็นพื้นฐานสร้าง Creativity ให้เกิดขึ้นแบบนี้ แล้วจะช้าอยู่ใย ไปเล่านิทานกันอย่างสร้างสรรค์กันค่ะ

จริง ๆ ไม่ต้องบอกคุณพ่อคุณแม่ก็คงรู้กันดีอยู่แล้วว่านิทานมีประโยชน์มากมายทั้ง
  • ช่วยให้เกิดจินตนาการ
  • ฝึกฝนและช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษา
  • กระตุ้นให้เด็กอยากออกไปเรียนรู้โลกกว้างและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
  • สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สนุกสนานกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว
  • และสุดท้ายสร้างให้เกิดความคิดสร้างสรรค์
แต่หากนิทานเล่มโปรดวางอยู่เฉย ๆ จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างที่บอกขึ้นมานั้นคงยาก ถ้าอย่างนั้นมาสร้างคุณค่าให้นิทานกันค่ะ


ออกท่า ออกทาง = ฝึกคิดนอกกรอบ

“ฉันเป็นแม่ไก่ เดินออกหากิน” แม่เริ่มต้นลุกเดินเล่านิทานประกอบท่าทางด้วยท่าทางผึ่งผาย กางแขนกางขาออกเวลาเดิน...หากเริ่มต้นเล่านิทานด้วยการทำท่าประกอบ จะยิ่งสร้างความสนใจและทำให้เรื่องราวสนุกมากกว่าเมื่อเทียบกับการนั่งเล่าเฉย ๆ ค่ะ รวมไปถึงชวนกันเดินช่วยกันออกแบบท่าทางเดินของไก่ให้หลากหลายแบบ เพราะไก่ในจินตนาการไม่จำเป็นต้องเดินแบบเดิม ๆ เท่านั้นค่ะ วิธีนี้นอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กได้ใช้ในจินตนาการฝึกคิดนอกกรอบ แล้วยังทำให้นิทานเรื่องเดิมสนุกมากขึ้นด้วยค่ะ


น้ำเสียงคึกคัก = เชื่อมโยงสู่ของจริง

เสียงของสัตว์ตัวเล็ก ๆ เช่น หนู ลักษณะของน้ำเยงควรเป็นโทนเสียงสูง พูดรัวเร็ว ส่วนสัตว์ตัวใหญ่ เช่น สิงโต หรือช้าง โทนเสียงต่ำพูดด้วยเสียงที่เนิบช้า แล้วที่ต้องใส่ใจกับน้ำเสียง และใช้ให้เหมาะสมเวลาเล่านิทานฟัง เพราะการทำให้น้ำเสียงที่แสดงบุคลิกหรือลักษณะที่ชัดเจนคล้ายของจริงจะช่วยให้เด็กเกิดการเชื่อมโยงกับโลกของความเป็นจริง ซึ่งการจะเกิดความคิดสร้างสรรค์นั้นจำเป็นที่เด็กจะต้องมีพื้นฐานเรื่องของความเป็นจริงด้วยค่ะ แล้วหากเป็นเยงของสัตว์เล็กอื่น ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ชวนลูกออกแบบเสียงตามที่คิดเพิ่มขึ้นไปอีกได้ค่ะ

การใช้โทนเสียงที่ใช้เล่านิทานสำคัญค่ะ เพราะยิ่งกับเด็กเล็กที่ยังนั่งบนตัก น้ำเสียงนี้เองที่จะช่วยทำให้เรื่องราวน่าสนใจมากยิ่งขึ้น


หลากผิวสัมผัส = พัฒนาสมองสร้างพื้นฐาน Creativity

จากนี้ไปนิทานเล่มเดิมที่เป็นหน้ากระดาษอาจจะไม่เพียงพอ เพราะเดี๋ยวนี้มีนิทานหลากหลายผิวสัมผัส หยาบ นุ่ม แข็ง ละเอียด พื้นผิวสัมผัสที่แตกต่างกันเหล่านี้ช่วยนเรื่องการเรียนรู้ของเด็กได้ดี กระตุ้นบ่อย ๆ เข้า Motor Skill ของเด็กจะยิ่งพัฒนาส่งผลดีต่อสมองลูกน้อย เมื่อการเรียนรู้ดีก็พร้อมเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ซึ่งประสบการณ์และความรู้ที่สะสมนี่เองจะเป็นฐานให้เด็กนำมาใช้คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น


สนุกคิดไปด้วย = พ่อแม่ครีเอทีฟ ลูกก็ครีเอทีฟ

จะเล่านิทานให่สนุกสนาน คุณพ่อคุณแม่ต้องอ่านนิทานเรื่องนั้นก่อนอย่างน้อย 1 รอบ เพราะการอ่านรอบแรกจะช่วยให้เข้าใจเรื่องราวจับเนื้อหาและแก่นความสนุกสนานตามสไตล์ตัวเองลงไป ซึ่งการออกแบบวิธีการเล่าให้เรื่องสนุกสนาน จะช่วยฝึกให้พ่อแม่มีความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยเช่นกัน เรื่องนี้สำคัญและจำเป็นมากนะค่ะ เพราะหากต้องการให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ก็ควรเริ่มที่คุณพ่อคุณแม่ก่อนนะค่ะ


เนื้อหาสนุกกระตุ้นความสนใจ = ต้นทางสู่ Creativity

ส่วนใหญ่แล้วนิทานที่วางขายตามท้องตลาด จะมีเนื้อหาดีและเหมาะสมกับเด็กอยู่แล้ว ซึ่งโดยหลักการเลือกนิทานของพ่อแม่ส่วนใหญ่ จะเลือกเรื่องที่มีเนื้อหาและบทสรุปเป็นคำสอน แต่ขอเพิ่มเรื่องที่สนุกในนิทานเข้าไปอีกนิดค่ะ หากจะถามว่ามาตรวัดความสนุกอยู่ตรงไหน หากคุณพ่อคุณแม่เล่านิทานให้ลูกฟังเป็นประจำก็จะทราบว่านิทานแบบใดที่โดนใจลูก

การมีเนื้อเรื่องที่ดีและสนุกสนานถือว่าเป็นการช่วยปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีให้ลูก แต่ก็อย่าลืมเลือกเรื่องที่สนุกสนานด้วยนะคะ เพราะเนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามชวนให้คิดต่อ นอกจากจะทำให้ลูกหันมาฟังนิทานได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เด็ก ๆ สนุกกับการคิดต่อคิดต่างด้วยค่ะ


Don , t forget

จะเล่านิทานให้ลูกฟังต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
  • น้ำเสียงที่เปล่งเล่านิทานออกมาต้องชัดถ้อยชัดคำ และต้องถูกหลักไวยากรณ์ของภาษาไทย
  • เลือกนิทานที่เหมาะกับวัยของลูก
  • เล่าเวลาที่ลูกพร้อม เช่น หลังอาบน้ำเสร็จ หรือช่วงเวลาก่อนนอน
  • พยายามเล่านิทานให้จบเป็นเรื่อง ๆ อย่าเล่าทีละนิดทีละหน่อย จะทำให้ลูกไม่ได้เนื้อหาอะไรจากนิทาน
  • หมั่นเล่านอทานให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับลูก เริ่มต้นตั้งแต่ยังเล็ก ๆ จะยิ่งดีค่ะ

นิทานเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ค่ะ แต่ลำพังเพียงนิทานที่ไม่ได้เปิดอ่าน ถึงจะพิมพ์ด้วยเทคนิคดีเลิศ เป็นป็อปอัพหรูหราสวยงาม หรือเนื้อหาแจ่มแจ๋วเพียงใด ก็คงไม่สร้าง Creativity ให้เกิดขึ้นได้หากถูกวางทิ้งไว้ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่นำมาเล่า ถึงจะเป็นแต่กระดาษแผ่นเดียวก็ช่วยให้ลูกสนุกเกิดจินตนาการได้ค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าพลาดโอกาสทองที่จะสร้างให้ลูกเป็นนักคิดด้วยวิธีง่าย ๆ ผ่านการใช้นิทานที่สนุกสนานไปเชียวค่ะ


(update 17 ธันวาคม 2009)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol.14 No.158 December 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600