คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงจะเคยได้ยินโรคกรดไหลย้อนระหว่างตั้งครรภ์ แล้วเกิดความสงสัยว่าโรคนี้เป็นอย่างไร โรคนี้พบได้บ่อยถึงร้อยละ 30-50 ในคุณแม่ตั้งครรภ์ และอาจถึงร้อยละ 80 ในบางรายงานแม้ว่าบ้านเราจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับคุณแม่ท้องเป็นโรคกรดไหลย้อนมากเท่าใดนัก แต่คุณแม่ก็ควรรู้จักเพื่อดูแลตัวเองให้ห่างจากโรคนี้ไว้ ผมขอรวบรวมคำถามที่คุณแม่มักสงสัยเกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ เพื่อจะได้รู้จักกับโรคนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ
โรคกรดไหลย้อนคืออะไร
โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเพราะกรดที่อยู่ในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหารส่วนปลาย ที่ติดต่อกันกับส่วนต้นของกระเพาะอาหาร มีผลทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบขึ้นได้
เป็นแล้วจะเกิดอาการเหมือนโรคกระเพาะไหม
อาการที่พบบ่อยคือ แสบร้อนบริเวณด้านหลังของกระดูกหน้าอก (Sternum) อาจจะเกิดร่วมกับอาการอึดอัดไม่สบายบริเวณลิ้นปี่ ลำคอด้านนอก ในช่วงคอและแผ่นหลัง
นอกจากนั้นยังอาจจะเกิดอาการ เรอ กลืนลำบาก รู้สึกร้อนในกระเพาะ แล้วมีน้ำในปริมาณค่อนข้างมากในปาก สำหรับอาการเหล่านี้มักเป็นในช่วงหลังอาหารหรืออาจจะเกิดในช่วงกลางคืน ยิ่งถ้างอตัวอาการก็จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนโรคกระเพาะนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะปวดบริเวณลิ้นปี่ โดยไม่มีอาการแสบร้อน ด้านหลังของกระดูกหน้าอกร่วมด้วย
ขณะตั้งครรภ์จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากขึ้นหรือเปล่า
เมื่อตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบทางเดินอาหารจึงทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลทำให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร จึงทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นได้จาก
1. แรงบีบของหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายที่ต่อกับส่วนต้นของกระเพาะอาหารทานลดน้อยลง
2. มดลูกที่มีทารกเติบโตขึ้นตามอายุครรภ์นั้น ขยายขนาดเพิ่มขึ้นจนกดและดันกระเพาะอาหาร
หากเป็นโรคนี้อยู่แล้ว คุณแม่อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการมากขึ้น แต่หากดูแลรักษาตัวเองดี อาการก็จะไม่เกิดขึ้น
โรคนี้ส่งผลกระทบกับแม่และลูกในท้องไหม?
อาการของโรคกรดไหลย้อนจะทำให้เกิดความไม่สบายตัวต่าง ๆ ตามอาการที่บอกข้างต้น แต่หากคุณแม่สามารถจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ ก็จะไม่เกิดปัญหาคุณแม่และลูกในท้อง แต่ถ้าหากในระยะยาวคุณแม่ยังเป็นโรคนี้อยู่ ก็อาจเกิดการอักเสบของหลอดอาหารเรื้อรังที่รุนแรงมากขึ้น เช่น Barrett , s Esophagus ซึ่งเป็นภาวะที่อาจทำให้กลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารในอนาคตได้
มีวิธีการรักษาให้หายขาดหรือไม่
การรักษาโรคกรดไหลย้อนนี้ ต้องเรอ่มต้นที่การปฏิบัติตัวครับ วิธีง่าย ๆ เลยก็คือ หลีกเลี่ยงอาหารและปัจจัยที่ทำให้โรคนี้รุนแรงมากขึ้น รวมถึงนอนหนุนศรีษะสูง นอกจากนั้นคุณหมอจะใช้ยาที่ไม่ได้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย อย่างเช่น ยาลดกรด (Antacids) แต่หากการรักษายังไม่ได้ผลควรปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะใช้ยาขั้นสูงต่อไปคือ ยา กลุ่ม H2 Receptor Antagonists เช่นยา Cimetidine, Ranitidine และยากลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) เช่นยา Lansoperazole, Pantoprazole, Esomeprazole ซึ่งยาเหล่านี้ผมขอย้ำครับว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และคุณลูก แต่ควรใช้ตามคำสั่งของแพทย์
หากไม่ต้องการใช้ยาจะดูแลตัวเองอย่างไรดีคะ
ส่วนใหญ่แล้วอาหารหลายชนิดทำให้คุณแม่เมื่อเป็นโรคนี้แล้วมีอาการเพิ่มขึ้น เช่น ช็อกโกแลต อาหารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อาหารมัน เปปเปอร์มินท์ แอลกอฮอล์ น้ำส้ม น้ำแอ๊ปเปิ้ล รวมถึงการรับประทานอาหารมากเกินไป หรือรับประทานอาหารมื้อดึกที่รับประทานเสร็จแล้วนอน สูบบุหรี่ โรคอ้วน รวมไปถึงยาแก้โรคหอบหืดบางชนิด และยาที่เกี่ยวกับโรคหัวจบางชนิด ที่ทำให้การบีบตัวของกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างลดลง
หากคุณแม่ท้องที่มีโรคกรดไหลย้อนมักมีอาการแสบร้อนบริเวณด้านหลังของกระดูก หน้าอก การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องคือการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และการใช้ยาลดกรดที่เหมาะสม เป็นการรักษาเบื้องต้นหากไม่ได้ผลจึงใช้ยากลุ่ม H2 Receptor Antagonists และ PPIs ต่อไปครับ
(update 29 ตุลาคม 2009)
[ ที่มา..
นิตยสาร MODERNMOM Vol.14 No.157 November 2008 ]
|