ดิฉันเคยอ่านเจอว่าถ้าลูกยังพูดไม่ได้ไม่ควรดูทีวีค่ะ ตอนนี้ลูกอายุ 1 ปี 3 เดือน เป็นลูกครึ่งไทย-ดัช เรียกพ่อ แม่ ตาและยายได้ เข้าใจถึง 2 ภาษาแล้วไม่ทราบว่าจะให้ลูกดูการ์ตูนทางทีวีได้หรือยังค่ะ
ดรุณี ป๊อปดี้/น่าน
เห็นคำถามแล้วผมงงเล็กน้อย คือ การดูทีวี ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน หรือหนัง เป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยแนะนำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ห้ามว่าเป็นของต้องห้าม แต่เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ แต่เรื่องทีวีก็ไม่เกี่ยวข้องกับการพูดสองภาษา
ผมขอตอบตรงตามคำถามก่อนเลยว่า ถ้ามีกิจกรรมอื่นให้ทำ จนไม่เหลือเวลาให้ดูทีวีก็ทำได้เลย อายุแค่นี้ก็ไม่ควรให้ดูทีวี ควรใช้การเล่น จับนั่งตักเล่านิทานให้ฟัง ร้องเพลงเต้นระบำจะดีกว่า เล่นของเล่นที่ต้องแก้ปัญหา หรือเล่นแล้วมีการตอบสนอง เช่น กด ปุ่มนี้แล้วตุ๊กตาสัตว์จะส่งเสียงร้อง
กิจกรรมที่มีผู้ใหญ่เล่นด้วย จะกระตุ้นพัฒนาการทางสังคม กิจกรรมที่มีภาษาและการใช้จินตนาการประกอบ จะพัฒนาสมองและสติปัญญา กิจกรรมร้องเพลงเต้นรำ หรือทำท่าประกอบ เป็นเรื่องของการเข้าใจภาษา และทักษะกล้ามเนื้อ การเล่นที่มีการตอบสนองและแก้ปัญหาจะพัฒนาสติปัญญา
แต่ถ้าจะให้ดูก็ไม่ต้องจริงจังนัก เวลาผู้ใหญ่เปิดทีวีก็จะเห็นเองว่า เด็กเริ่มสนใจดูรึยัง ซึ่งส่วนมากจะสนใจ ดูเพราะมีแสง เสียงเร้าใจ แต่จะไม่เข้าใจอะไรมากนัก ที่สำคัญห้ามทิ้งลูกวัยนี้ไว้หน้าจอทีวีตามลำพัง หลายรายแล้วที่หยุดพูด และกลายเป็นเด็กพูดช้า หรือที่หนักๆ ก็พัฒนาการทางสังคมไม่ดีเลย
นอกจากนี้ยังมีที่นึกไม่ถึงอีก คือ เด็กเข้าไปเขย่าโต๊ะวางทีวี จนทีวีหล่นใส่ได้เข้าไปทีวีจริงๆ เดือดร้อนพ่อแม่ต้องพาออก(จาก)ทีวีก็มี ส่วนที่ให้ข้อมูลเรื่องเด็กเข้าใจทั้งสองภาษา แล้วโยงมาที่ทีวี คุณดรุณีคงต้องเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง กรณีเด็กเข้าใจสองภาษาเป็นเหตุการณ์ที่นักวิชาการยังเข้าใจไม่ถ่องแท้นัก ถ้าค้นคว้าจริงจังจะพบว่ามีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้เพราะสังคมโลกเพิ่งเริ่มมีสังคมสองภาษา (Billingual Society) มากพอ และเกิดความสนใจปรากฏการณ์นี้มาระยะหนึ่ง
ในเรื่องนี้ เท่าที่ผมมีความรู้ในปัจจุบัน น้องคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นสองภาษา ในครอบครัว คือเป็นลูกครึ่งใช้สองภาษาจริงๆ ไม่ได้แกล้งทำเหมือนบ้านที่เป็นคนไทยแต่พูดภาษาอังกฤษกับลูกแทนภาษาไทย หรือไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยที่อพยพจากชุมชนที่ใช้ภาษาหนึ่งไปอยู่ในชุมชนที่ใช้อีกภาษาหนึ่ง เช่น คนเม็กซิกันอพยพเข้าไปอยู่ในชุมชนเม็กซิกันในอเมริกา อย่างนี้เรียก Billingual Society
เด็กบางคนก็จะใช้ภาษาที่ทางบ้านใช้บ่อยได้คล่องกว่าอีกภาษาหนึ่ง บางคนก็ใช้ได้ดีพอๆกัน บางคนเก่งกว่านั้น พูดกับยายภาหนึ่ง กับย่าอีกภาษาหนึ่ง บางรายงานก็พบว่า เด็กจะเอาศัพท์ของทั้งสองภาษามาปนกัน เวลาหาคำในภาษาไทยที่สื่อได้ไม่ตรงใจตัวเองนักก็อาจจะเอาภาษาดัชที่ตรงกว่ามาแทนกันได้ อย่างนี้ก็มี และไม่มีอะไรอีกเยอะเกี่ยวกับว่าเด็กลูกครึ่ง หรือคนอพยพไปในสังคมอีกภาษาหนึ่ง หรือการเรียนภาษาที่สองของคนเรามีแง่มุมอย่างไร เท่าที่ผมรู้ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับทีวีเลย
(update 23 เมษายน 2010)
[ ที่มา..
นิตยสาร MODERNMOM Vol 14. No. 160 February 2009 ]
|