บ้านบอล บ่อบอล ของเล่นสุดฮิตของเด็กๆ ทุกวัย ภายใต้ความสนุกสนานนั้นอาจต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
บ่อบอล บ้านบอล ได้รับความนิยมจากเด็กๆ และพ่อแม่อย่างมาก เป็นพื้นที่เล่นสุดฮิตของเด็กๆ ที่อยู่ในแผนกเครื่องเล่นของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าต่างๆ นอกจากจะเป็นรูปบ้าน รูปบ่อน้ำ คอกกั้น แบบเดิมๆ แล้ว ปัจจุบันยังออกแบบมาในรูปแบบรถบัส รถดับเพลิง เรือท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กได้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นรูปทรงใด มักจะบรรจุลูกบอลพลาสติกขนาดย่อมอยู่ในนั้นจนแน่นเอี้ยดเพื่อให้บรรดาเด็กๆ เข้าไปวิ่งๆ กลิ้งๆ ได้อย่างสนุกสนาน หรือบางครั้งไม่ได้แค่เป็นบ่อบอลอย่างเดียว คือมีทั้งวิ่งเล่น ปืนป่าย ไต่ราว ข้ามสะพาน แล้วสไลเดอร์ลงบ่อบอล แค่พ่อแม่เสียเงินเพียงไม่มากก็สามารถปล่อยให้ลูกเข้าไปเล่นเป็นเวลานานทีเดียว พ่อแม่บางคนถึงกับหลบไปชอปปิ้งต่อ
จริงๆ แล้วบ่อบอลและเพลย์แลนด์เป็นที่ดึงดูดความสนใจเด็กได้เป็นอย่างมาก ยิ่งตกแต่งสีสันฉูดฉาด เหลืองๆ แดงๆ เขียวๆ ลูกเล่นหลากหลาย ยิ่งเพิ่มความตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กๆ ด้านพัฒนาการก็แน่นอนครับเพิ่มพละกำลังกล้ามเนื้อและทักษะการเคลื่อนไหว การทรงตัวได้มากพ่อแม่ก็ควรหาโอกาสได้พาลูกๆ ไปใช้บริการกันบ้าง แต่คงต้องเลือกสถานประกอบการที่สนใจทำให้เด็กๆ อย่างแท้จริง คือคิดเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดให้มากๆ อาจจะหากยากสักหน่อยเพราะตามห้างหลายแห่งก็ทิ้งๆ ขว้างๆเอาแต่จะได้กำไร ไม่มีการตรวจสอบ หน่วยงานก็เข้าไปควบคุมได้ไม่ทั่วถึง แทนที่เด็กจะได้พัฒนาการเพิ่มขึ้นกลับทำให้เด็กเจ็บป่วยบ้าง บาดเจ็บบ้าง พัฒนาการถดถอยกันไป อย่างนี้ก็ไม่ไหวพ่อแม่ต้องช่วยกันตรวจสอบ โวยวายให้หน่วยงานที่ดูแล ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณะสุข รวมทั้งสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปตรวจสอบกันมากๆ ครับ
เจ้าตัวเล็กถูกตัวใหญ่ทับ
หากเป็นบ่อบอลขนาดเล็กที่เราซื้อมาต่อเป็นบ่อเอง แล้วซื้อลูกบอลสักสองสามร้อยลูกมาใส่ที่บ้าน ก็คงจำกัดอายุผู้เล่นได้ไม่มีใครมาเล่นกวนใจลูกเรา แต่ถ้าไปเล่นตามห้างสรรพสินค้าก็คงลำบากหน่อยครับ ทางที่ดีทางห้างควรจะต้องแยกกันระหว่างเพลย์แลนด์ของเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 ปี และเด็กโตอายุ 3-7 ปี ความสูงที่สุดน่าจะประมาณ 120 ซม. เพื่อไม่ให้ขนาดของเด็กแตกต่างกันจนเกินไป อายุเกินกว่านี้ก็ให้ไปเล่นที่อื่นดีกว่าครับ บางแห่งหากไม่ได้แยก เพลย์แลนด์ตามอายุ ก็อาจใช้วิธีแบ่งเป็นรอบของการเล่น เช่น รอบนี้สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี หรือความสูงน้อยกว่า 95 ซม. เท่านั้น รอบต่อไปสำหรับเด็กโต 95-120 ซม. หรืออาจมีรอบของเด็กที่โตกว่านี้ด้วยก็ได้ ถ้าแบ่งรอบแล้วปัญหาก็จะน้อยลงไป
ปัญหาที่สำคัญคงเป็นเรื่องการบาดเจ็บเด็กโตมักเล่นอย่างโลดโผน ยิ่งมากันเป็นกลุ่มใหญ่ยิ่งเฮี้ยวกันเต็มที่ บางครั้งเล่นกระโดดทิ้งตัวลงไปในบ่อบอล ซึ่งหากมีเด็กเล็กสักขวบครึ่งนั่งเล่นอยู่ในนั้น ก็อาจทับตัวเด็กเล็ก เกิดการบาดเจ็บได้มากๆการวิ่งชนกระแทก การขว้างบอลกันอย่างรุนแรง ก็เป็นเหตุบาดเจ็บที่พบได้บ่อยๆ
ลูกบอลไม่เด้งดึ๋ง
จากพาดหัวข่าว ผู้พิพากษา...เมืองโคราช...ลุยห้างดังเมินบุตรสาวขาหักวิ่งในสวนสนุก
แจ้งตำรวจเตรียมเล่นงานทั้งแพ่งและอาญา กับห้างสรรพสินค้าดัง เรื่องของเรื่องก็คือ ลูกสาววัย 5 ขวบ เข้าไปเล่นบ้านบอล (ซื้อบัตรผ่านประตูในราคา 20 บาท ) ซึ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมล้อมตาข่าย มีประตูทางเข้าขนาดเด็กอายุไม่เกิน 10 ขวบ เข้าได้ ภายในมีอุปกรณ์ของเด็กเล่นต่างๆ เช่น บันไดลื่น ราวไต่ถัง และพื้นด้านล่างมีลูกบอลหลากสีสันบรรจุอยู่เต็มห้อง พอลูกสาวของท่านผู้พิพากษาเห็นเด็กคนอื่นๆ โดดลงมาจากราวบันไดลื่นก็ลองกระโดดบ้าง (ความสูงประมาณ 1.80 เมตร) แต่กลับพลาดพลั้ง ตกลงมายังกองลูกบอลหลากสีที่มีอยู่น้อยนิด แถมคุณภาพลูกบอลเสื่อมสภาพแล้ว ไม่มีความยืดหยุ่นพอที่จะรองรับน้ำหนักได้ ประกอบกับพื้นไม่มีเบาะหนานุ่มรองรับ เธอจึงกระแทกกับพื้นแข็งๆ ผลก็คือ...ขาหักต้องเข้าเฝือก
เสน่ห์ของบ้านบ่อบอล คือพื้นที่เต็มไปด้วยลูกบอล ซึ่งทำให้พื้นที่ทั้งหมดมีความยืดหยุ่น กระจายแรงกระแทกเมื่อเด็กล้มลง แต่หากบ้านบอลหรือบ่อบอล ใส่ลูกบอลเพียงเล็กน้อย ปริมาณไม่เพียงพอที่จะกระจายแรงกระแทก แถมลูกบอลที่เอามาใช้ยังไม่มีคุณภาพ แข็งเกินไปหรือ่อนนิ่มจนเสียสภาพ เสน่ห์ของบ้านบอลก็หมดไป แถมยังเป็นการหลอกตาเด็กและผู้ปกครองคิดว่าล้มได้ไม่เจ็บ ทำให้เกิดเหตุแข้งหักขาหักกันไปแล้วหลายราย ก่อนที่จะให้เด็กเล่นจึงต้องตรวจสอบกันให้ดีครับ
ลูกเล่นมากแต่ขาดมาตรฐาน
บ้านบอล เพลย์แลนด์บางแห่งสวยงามน่าเล่น แต่พอมองให้ดีๆ เสาบันได พื้นที่ปืนป่ายต่างๆ ก็อาจไม่ได้มาตรฐานเรื่องความปลอดภัย เสามีมุมคม พื้นไม่มีเบาะรองรับ บางเครื่องชำรุด มีลวดโผล่ยื่นออกมาพร้อมบาด หรือทิ่มแทงเด็กได้ตลอดเวลา
ดังนั้นการออกแบบ หรือติดตั้งจะต้องทำการออกแบบมาให้ถูกวิธี ถูกต้องในเรื่องความปลอดภัย หลังจากนั้นต้องมีการตรวจสอบ ทะนุบำรุงอย่างต่อเนื่อง
เล่นๆ เจอกองอ้วก
หากเราท่องไปในอินเตอร์เนต จะพบข้อความ ชวนช็อก ของบ่อบอลจนปรับใจแทบไม่ทัน ก็ลองอ่านฟอร์เวิร์ดเมล์ต่อไปนี้ดูสิครับ
ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดหรือสวนสนุกที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้า ก็มักจะมีห้องน้ำที่มีลูกบอลเยอะๆ ให้เด็กเล่น ลูกชายผมทำนาฬิกาหล่นไปในกองลูกบอลนั้น ระหว่างที่เราพยายามคุ้ยบอลเพื่อควานหานาฬิกา ก็เจอกองอ้วก เศษอาหาร อุจจาระ และอื่นๆ อีกมากมายอยู่ในนั้น ผมไปร้องเรียนกับผู้จัดการ แล้วก็รู้ว่าที่เป็นแบบนี้ เพราะเขาทำความสะอาดแค่เดือนละครั้ง หลังจากนั้นลูกผมก็ไม่เข้าไปเล่นลูกบอลที่นี่อีกเลย
ไม่ได้อยากให้ใครกลัวกันจนไร้เหตุผล แต่การรู้จักระมัดระวังเพื่อความ ปลอดภัยไว้ก่อน
โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกๆ อยู่ในวัยเล็กวัยซนก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องพูดถึงกัน จะได้ตระหนักว่า "บ้านบอล
ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงในสวนสนุก! เพราะขนาดประเทศที่มีมาตรฐานการดูแลเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดยังพบสิ่งสุดสยอง แล้วบ้านเราก็คงไม้แคล้วแน่ หากใครควานมือเข้าไปในบ้านบอล!
แน่นอนนี่เป็นความผิดพลาด บกพร่องของผู้ดูแลบ้านบอล บ่อบอล ความผิดของผู้บริหารห้างร้านเหล่านั้น
ที่ไม่รับผิดชอบในส่วนของการควบคุมดูแลกลุ่มเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของตนเอง ไม่มีการใส่ใจเรื่องความสะอาด กรณีบ้านบอลจะต้องมีการทำความสะอาดทุกวัน มิฉะนั้นภายใต้กองลูกบอลสารพัดสี อาจอุดมไปด้วยขยะเป็นที่หมักหมมของเศษปฏิกูล และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคร้าย (พ่อแม่ที่ยอมลงทุนซื้อ บ้านบอล ขนาดย่อมๆ มาให้ลูกได้ลุยเล่นเองที่บ้าน ก็ต้องตระหนักเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยให้มากด้วยเช่นกันครับ)
บ่อบอลหรือบ่อเชื้อโรค
ด้วยจำนวนลูกบอลเป็นร้อยๆ ลูกที่กองเป็นพะเนิน ทำให้การทำความสะอาดเป็นไปได้ยาก แต่ก็เป็นความจำเป็นที่จะต้องปัดกวาดพื้น เก็บเศษขยะทำความสะอาดสิ่งปนเปื้อนสารพัด ควรจะต้องเช็ดลูกบอลทุกลูกด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ ทุกวัน อย่าลืมนะครับว่า เด็กที่มือเป็นแผลเป็นฝีหนอง เด็กเป็นหวัด ขี้มูกไหล ปะปนในบ้านบอล บ่อบอล
ความจริงแล้วผู้ควบคุมต้องตรวจเด็กก่อนอนุญาตให้เข้าไปเล่น หากเป็นหวัด ไอ ขี้มูกไหล มือเท้าเป็นฝี เป็นหนอง หรือเป็นตุ่มน้ำตามแขนขาลำตัวคล้ายเป็นสุกใสเหล่านี้ห้ามเข้าเด็ดขาดครับ บอกว่ามิได้รังเกียจนะครับ แต่ควรจะไปรักษาให้หายก่อนแล้วค่อยมาเล่นกันใหม่จะดีกว่า
ในยุคนี้ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดหมู ไข้มือเท้าปาก ไข้อีแดงอีดำ ไข้สุกใส กำลังระบาดกันเป็นระลอกๆ หากเด็กเหล่านี้ปะปนในบ้านบอล น้ำลาย น้ำมูก สามารถที่จะปนเปื้อนมาติดต่อกันได้โดยง่ายครับ
พฤติกรรมของผู้เล่น
เด็กก็คือเด็กครับ เล่นไม่ระวังใครอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสแสดงเมื่อไรเป็นทำทันที พ่อแม่ต้องช่วยกำกับการเล่นในขณะที่เด็กอยู่ใน อย่าทิ้งเด็กไว้กับผู้ดูแลเพลย์แลนด์เท่านั้น แล้วตัวเองก็ไปเดินชอปปิ้ง พ่อแม่ (บางคน) เดินไปชอปปิ้งปล่อยให้ลูกเล็กๆ เล่นใน (หรือเครื่องเล่นอื่น) โดยลำพัง (เหมือนมอบชีวิตของลูกให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คนเฝ้า) บางทีเด็กมากดูไม่ทัน บางทีคนทำงานก็ล้า บางครั้งไม่มีใจ ไม่มีความรู้สึกเพียงพอในการดูแลเด็ก ลูกเราก็อาจได้รับการบาดเจ็บ หรือได้รับอุบัติเหตุได้ครับ
ป้องกันอันตรายจากบ่อบอล
ก่อนจะปล่อยให้ลูกไปเล่นในบ่อบอลนั้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องบอกลูกก่อน เพื่อให้เด็กๆ แยกแยะระหว่างจินตนาการของเขา (ความสนุกสุดๆ) กับโลกของความเป็นจริง (อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้) จะต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่มีในเพลย์แลนด์นั้นมันคืออะไร? เล่นอย่างไร? ต้องระมัดระวังมากน้อยเพียงไร? และปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะปลอดภัย?
นอกจากนั้นพ่อแม่ควร เลือกบ่อบอล หรือเพลย์แลนด์ที่ดี ปลอดภัยในหัวข้อต่างๆ ที่กล่าวแล้ว เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสม
ไปสวนสนุกครั้งใดมักรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อเห็นเด็กๆ ปืนป่ายที่สูงในขณะที่อยู่ในชุดบรรดาซูปเปอร์ฮีโร่ (อุลตราแมน
สไปเดอร์แมน แบทแมน ฯลฯ) เพราะชุดเหล่านี้มักจะประกอบด้วย ผ้าคลุม (ปีก) หมวกครอบศรีษะ สายรัดที่ยาวโตงเตง ซึ่งล้วนแต่เป็น จุดเสี่ยง ที่ชุด ซูปเปอร์ฮีโร่ อาจเข้าไปติดไปเกี่ยวกับเครื่องเล่นต่างๆหรือเครื่องยนต์กลไกของเครื่องเล่นตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งนำพาความเสียหายมาให้
เราต้องช่วยกันเรียกร้องหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่นสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ เช่น กทม.
รวมทั้งนักธุรกิจ หน่วยงานของเอกชน ผู้ประกอบการทั้งหลายที่ให้ความเอาใจใส่ในด้านการเสริมสร้างความปลอดภัยในเด็ก ให้ร่วมมือร่วมใจกันตรวจสอบมาตรฐานบ้านบอล บ่อบอล เพลย์แลนด์ และมีการบำรุงรักษา และซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอ
หากพบของเล่นอันตราย เครื่องเล่นสวนสนุกที่เป็นอันตรายกับเด็ก สามารถแจ้งได้ทันทีที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือสายด่วนของเล่นอันตราย ศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โทรศัพท์ 0 2644 9080 หรือผ่าน www.thaisafeplay.com
และสุดท้ายนี้ก็ขอฝากความหวังกับบรรดาท่านเจ้าของกิจการห้างสรรพสินค้าทั้งหลาย
โปรดให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ (และผู้ใหญ่) ทุกคนที่มาเที่ยวห้างของท่านอย่างเข้มข้น
จริงใจและตรงไปตรงมา
การปฐมพยาบาล
แผลที่พบบ่อยเป็นแผลถลอก ฟกช้ำ ให้ปลอบประโลมเด็ก ล้างแผลให้สะอาดถ้ามีเลือดซึมออกมา
แผลฟกช้ำประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็น 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นแทน ให้รับประทานยาแก้ปวดตามความจำเป็น
แผลที่ปากอาจต้องกดนานเพื่อหยุดเลือด
หากมีอาการปวดบวมแขน ข้อศอก หัวเข่าหรือเท้า ให้คิดถึงกระดูกหักเคลื่อนอาจต้องใช้วัสดุแข็งดามไว้ก่อนนำส่งพบแพทย์
หากมีหัวโนหัวปูด ต้องสังเกตว่ามีอาการเลือดคั่งในสมองหรือไม่ โดยสังเกตได้จากปวดหัว มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน
ง่วงซึมและการทรงตัวไม่ดี หากพบว่ามีอาการดังกล่าวให้พาส่งโรงพยาบาล
หากดูแล้วเป็นตำแหน่งสูงเกิน 3 เมตร ให้ระวังว่าอาจมีการบาดเจ็บของศีรษะ สมองและกระดูกต้นคอได้
หากไม่แน่ใจให้ตามหน่วยฉุกเฉิน (1669) ก่อนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง เพราะหากมีกระดูกต้นคอหักและเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจ
ทำให้กระดูกกดทับไขสันหลัง เป็นอัมพาตหรือหยุดหายใจได้ อาจนำไปสู่การเสียชีวิตหากรักษาไม่ทัน
(update 25 เมษายน 2011)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 328 พฤษภาคม 2553 ]
|