ลูกวัยอนุบาลเริ่มมีจินตนาการและสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านนี้ของลูกให้รุดหน้าได้ ด้วยการสอนลูกให้มีความมั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเองค่ะ
ลูกวัยเยาว์ VS ความภาคภูมิใจในตัวเอง
วัย 3-6 ปี หรือช่วงเข้าวัยอนุบาล ลูกจะเริ่มมีจินตนาการทั้งลบและบวก เริ่มมีสังคมกว้างขึ้น มีความรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถว่าจะทำอะไรหลายๆอย่างได้ เพราะวัยนี้มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน พอมีความพร้อมลูกก็อยากไปสำรวจโลกกว้าง อยากไปโรงเรียน โดยมีพื้นฐานมาจากการที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการการยอมรับ ฉะนั้นการสอนให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง และรู้จักความภาคภูมิใจในตัวเองเป็น จะช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีไปด้วยค่ะ
คำชม...เสริมความมั่นใจ
ตามปกติการแสดงออกของเด็กแต่ละคนมักจะไม่เหมือนกัน เพราะพื้นอารมณ์ไม่เหมือนกัน แต่ลูกวัยนี้ก็เริ่มอยากมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เพื่อจะสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเอง โดยสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจทำต่อ คือการชื่นชมจากคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง
ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่มอบหมายงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ลูกวัยนี้พอทำได้ เช่น ทำความสะอาดบ้านง่ายๆ รดน้ำต้นไม้ในกระถาง เก็บจัดของใช้ส่วนตัว ฯลฯ แม้ลูกอาจทำได้ไม่ดีในครั้งแรก แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องให้กำลังใจในความพยายามของเขา ซึ่งจะทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของลูกเราพองโตขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง
ไม่ภาคภูมิใจในตัวเอง = พัฒนาการทางสังคมแย่
ในขณะที่เด็กบางคนอาจทำอะไรหลายๆ อย่างได้ดี แต่ไม่ได้รับคำชมเชยเลย แถมยังมีแต่คำตำหนิ สั่งสอน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้บ่อยครั้ง ความภาคภูมิใจของเด็กก็จะค่อยๆ ลดลง ทำให้พัฒนาการทางสังคมแย่ไปด้วย เพราะเด็กจะรู้สึกด้อยค่า ขาดความมั่นคงในจิตใจ เพราะคำพูดตำหนิจากผู้ใหญ่ อันจะส่งผลต่อการสร้างบุคลิกภาพของเด็กในอนาคต
สิ่งนี้จึงขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังให้ลูก หากคุณพ่อคุณแม่เป็นคนอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี ให้กำลังใจเขา เด็กก็จะค่อยๆเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้น
เคล็ดลับ สอนลูกให้ภูมิใจในตัวเอง
- สร้างความมั่นใจให้ลูก...คุณพ่อคุณแม่ไม่ควร ดุ ด่า ว่าตี ลูกเด็ดขาด ยามที่ลูกทำอะไรแล้วล้มเหลว เพราะลูกกำลังเรียนรู้ที่จะลองผิดลองถูก หากดุว่าลูกลูกก็จะเสียความมั่นใจ
- เป็นแบบอย่างที่ดี...คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่นกิน นอน เข้าสังคม เมื่อลูกซึมซับแบบอย่างที่ดีจากพ่อแม่ ซึ่งลูกเราก็จะแสดงออกในทางที่ดีเช่นกัน
- สร้างสัมพันธ์ในครอบครัว...หากคุณพ่อคุณแม่แสดงความรักต่อกัน ลูกก็จะรู้สึกมั่นคงซึ่งมีผลต่อการช่วยสร้างลักษณะนิสัยและบุคลิกภาพของลูกในอนาคต
- กำหนดขอบเขต...คุณพ่อคุณแม่จึงควรกำหนดกฎกติกาบางอย่างขึ้นมาเพื่อไม่ให้ลูกทำเกินขอบเขต ซึ่งคนที่จะช่วยคุมกฎได้ดีที่สุดก็คือคุณพ่อ เพราะคุณแม่อาจอยู่ใกล้ชิดลูกตลอด ทำให้การห้ามของคุณแม่ลูกอาจจะไม่เห็นเป็นเรื่องจริงจังก็ได้
- เรียนรู้ทักษะต่างๆ จากพ่อ...ซึ่งคุณพ่อสามารถสอนเรื่องมารยาทการเข้าสังคมรวมถึงการซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ทักษะเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานให้ลูกช่วยเหลือตัวเองได้ต่อเมื่อโตขึ้นค่ะ
5 เรื่องห้ามมองข้าม
1. ให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ บางเรื่องที่เราเห็นว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยมากๆ ไม่ค่อยสำคัญในสายตาของผู้ใหญ่ สิ่งไหนที่หยิบยกขึ้นมาชื่นชมได้ก็รีบทำนะคะ
2. ไม่คาดหวังเกินไป คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคาดหวังจนสูงเกินไป เพราะหากลูกทำไม่ได้ไม่ดีคุณพ่อคุณแม่อาจเผลอตำหนิลูกโดยไม่รู้ตัวได้
3. หมั่นสังเกตพฤติกรรมลูก หากสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมที่แปลกๆ ต้องรีบเข้าไปคุยทันทีค่ะ แล้วถามลูกว่าเป็นอะไร หากมีปัญหาอะไรจะได้แก้ไขได้ทันที
4. ไม่วิพากษ์วิจารณ์ลูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์จนลูกหมดกำลังใจ แต่ควรหาจุดเด่นของลูก แล้วสนับสนุนจุดเด่นนั้นเพื่อให้ลูกทำได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
5. ต้องมองโลกในแง่ดี ถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนมองโลกในแง่ดี ลูกเราก็จะมีทัศนคติในการมองโลกดีไปด้วย ลูกจะภาคภูมิใจในตัวเองอย่างเต็มที่
หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตหรือใส่ใจสิ่งเล็กๆ น้อยๆที่ลูกทำ แล้วเราให้ความชมเชยอย่างถูกต้อง
จะช่วยให้ลูกวัยอนุบาลมีความมั่นใจในการจะทำสิ่งต่างๆ และภาคภูมิใจในตัวเองในที่สุดค่ะ
(update 8 พฤษภาคม 2011)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 335 ธันวาคม 2553 ]
|